นางชนิดา คล้ายพันธ์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ของ ติ๊กต็อก ประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็นโอยู) ว่าด้วยการดำเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ในการส่งเสริมการเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์ม ติ๊กต็อก ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัล ในโครงการ #ช้อปได้ทุกถิ่น บน ติ๊กต็อก ช็อป เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนฐานรากเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีระยะเวลาเอ็มโอยู 3 ปี

“ติ๊ก ต็อกเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการสนับสนุนและผลักดันผลิตภัณฑ์โอทอป เข้าสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์ ให้สอดรับกับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป จึงขยายความพยายามในการเสริมศักยภาพของการทำธุรกิจให้กับธุรกิจรายย่อยและขนาดย่อม และธุรกิจขนาดเล็กในพื้นที่ชนบทและชานเมือง รวมถึงผู้ประกอบการโอทอป เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจอัจฉริยะผ่านนโยบาย สมาร์ท อีโคโนมี่ ด้วยการนำเทคโนโลยี ดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการเพิ่มมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนระบบนิเวศ ท้องถิ่น ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม”

นางชนิดา กล่าวต่อว่า ด้วยศักยภาพของ ติ๊กต็อก ในฐานะแพลตฟอร์มที่ควบรวมคอนเทนต์และคอมเมิร์ซเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการชอปปิงผ่านการรับชมคอนเทนต์ความบันเทิง หรือ ชอปเปอร์เทนเมนต์ จะช่วยปลดล็อกโอกาส ทางธุรกิจ ของผู้ประกอบการโอทอป และส่งเสริมผลิตภัณฑ์สู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ ผ่าน ติ๊ก ต็อก ช็อป โดยมีเป้าหมายสูงสุด ช่วยให้ผู้ประกอบการโอทอปมีความมั่นคงทางรายได้

ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) มาตั้งแต่ปี 44 ปัจจุบันมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอป ที่ลงทะเบียนจำนวน 99,732 กลุ่ม/ราย และผลิตภัณฑ์โอทอป จำนวน 225,276 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภค หันมาให้ความสนใจสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงสินค้าได้ง่าย รวดเร็ว ได้ทุกเวลา