สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันบังคับใช้มาตรการจำกัดด้านวีซ่า ต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ “การบังคับให้เกิดการดูดซึมทางการศึกษา” ของนักเรียนมากกว่า 1 ล้านคน ในสังกัดสถาบันการศึกษาของรัฐ ในเขตปกครองตนเองทิเบต ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน


ทั้งนี้ บลิงเคนปฏิเสธเปิดเผยชื่อเจ้าหน้าที่ “ซึ่งเข้าข่าย” แต่เรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่ง ยุติการใช้นโยบาย “บีบบังคับ” ทางการศึกษา เพื่อลบล้างวัฒนธรรมและคุณค่าดั้งเดิมของชาวทิเบต


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2564 บลิงเคนแต่งตั้งนางอุซรา เซยา ปลัดกระทรวงการต่างประเทศด้านความปลอดภัยพลเรือน ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ประสานงานพิเศษด้านกิจการทิเบต” ที่หนึ่งในภารกิจสำคัญ คือการฟื้นฟูการเจรจาระหว่างดาไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต กับรัฐบาลปักกิ่ง ทั้งที่เป็นการหารือทางตรงและทางอ้อม


ทั้งนี้ ดาไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่เมืองธรรมศาลาในอินเดีย เคยพบกับผู้นำสหรัฐทุกคน ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ยกเว้นเพียงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำคนปัจจุบัน


อนึ่ง พรรคคอมมิวนิสต์จีนนิยามสถานการณ์ในทิเบตว่า “ได้รับการปลดปล่อยอย่างสันติ” เมื่อปี 2494 และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เยือนทิเบตอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในฐานะผู้นำจีนและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อเดือน ก.ค. 2564.

เครดิตภาพ : AFP