ตามข้อมูลและสถิติที่มีอยู่ ประเมินได้ว่า มนุษย์ผลิตและใช้คอนกรีตประมาณ 4,400 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะต้องใช้วัสดุเบื้องต้นคือทรายจำนวน 8,000 ล้านตัน จากปริมาณการใช้ทรายทั้งหมดต่อปีของชาวโลกที่ 40,000-50,000 ล้านตัน ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนวัสดุเพื่อการก่อสร้างในแต่ละปี
ในอีกด้านหนึ่ง มนุษย์บริโภคกาแฟและก่อให้เกิดกากกาแฟราว 10,000 ล้านตันต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้ มักจะกลายเป็นขยะที่ไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ
แต่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย RMIT แห่งออสเตรเลียพบว่า หากนำกากกาแฟในสัดส่วนที่เหมาะสมมาใช้แทนซิลิกาในทราย จะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพันธะทางเคมีของคอนกรีตเสียยิ่งกว่าใช้แต่วัสดุทรายเพียงอย่างเดียว โดยผลงานการค้นพบนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร เจอร์นัล ออฟ คลีเนอร์ โพรดักชัน เมื่อเดือนก.ย. ปีที่แล้ว
ดร. ราจีฟ รอยแชนด์ จากแผนกวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย RMIT และหัวหน้าทีมวิจัยในครั้งนี้ ให้ข้อสังเกตว่า เพียงแค่ออสเตรเลียประเทศเดียว ก็สร้างกากกาแฟในปริมาณสูงถึง 75 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่กลายเป็นขยะรอฝังกลบ
แต่การนำกากกาแฟมาผสมกับคอนกรีตจะต้องผ่านกระบวนการบางอย่างเสียก่อน เพราะทั้งกากกาแฟและคอนกรีตไม่สามารถผสมกันได้โดยตรง ทีมวิจัยจึงนำกากกาแฟมาผ่านกระบวนการหลอมทางเคมีในห้องสุญญากาศที่เรียกว่า ไพโรไลซิส (Pyrolysis) ที่ความร้อน 350-500 องศาเซลเซียส จากนั้นก็นำไปทดลองใช้ทดแทนทรายเพื่อผสมเป็นคอนกรีตในจำนวน 5, 10, 15 และ 20% ตามลำดับ
ทีมวิจัยพบว่า องศาในการเผาไหม้ที่เหมาะสมที่สุดคือ 350 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ได้ถ่านชีวภาพจากกากกาแฟ (Coffee biochar) ที่เมื่อนำไปผสมกับคอนกรีตแล้ว ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความแข็งแรงขึ้น 29.3%
ดร. รอยแชนด์ กล่าวว่า การนำกากกาแฟมาใช้แทนทรายในการผสมคอนกรีต ไม่เพียงช่วยทำให้คอนกรีตแข็งแกร่งขึ้นและลดปริมาณขยะ แต่ยังส่งผลกระทบต่อการทำเหมืองทราย กล่าวคือจะทำให้มีการขุดทรายออกมาใช้น้อยลง
ดร. แชนนอน คิลมาร์ติน-ลินช์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยและผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวว่า อุตสาหกรรมคอนกรีตมีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจและพัฒนาการนำกากหรือของเสีย เช่น กากกาแฟ มารีไซเคิลมากขึ้น แม้การวิจัยในแนวทางนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นว่ามีวิธีช่วยลดขยะรอการฝังกลบและก๊าซมีเทน (ก๊าซที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก) ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ขยะย่อยสลายได้ในปริมาณมหาศาล
ที่มา : engadget.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



