สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ทีเค วอเตอร์ส นายอำเภอเมืองแจ็กสันวิลล์ กล่าวในแถลงข่าวว่า มือปืนคนดังกล่าว ซึ่งมีอายุ 20 ต้น มุ่งเป้าโจมตีกลุ่มคนผิวสี โดยมีเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน

ตามข้อมูลของสำนักงานนายอำเภอเมืองแจ็กสันวิลล์ มือปืนรายนี้ ซึ่งตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ สวมเสื้อเกราะกันกระสุน พร้อมกับพกปืนไรเฟิลประเภทเอเค และปืนพก เข้าไปในร้าน “ดอลลาร์ เจเนอรัล” โดยก่อนหน้าที่เขาจะลงมือก่อเหตุ ครอบครัวของมือปืนพบคำแถลงที่เขาทิ้งไว้ ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับ “อุดมการณ์ของความเกลียดชังที่น่ารังเกียจ”

อนึ่ง เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับมหาวิทยาลัยเอ็ดเวิร์ด วอเตอร์ส ซึ่งเคยเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับคนผิวสี ในรัฐฟลอริดา โดยทางมหาวิทยาลัยระบุในแถลงการณ์ว่า มือปืนมายังมหาวิทยาลัยในช่วงเช้า แต่เขาปฏิเสธที่จะระบุตัวตน นั่นจึงทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอให้เขาออกไป โดยไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นเพิ่มเติม

ตำรวจที่เมืองแจ็กสันวิลล์ ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ชายยิงประชาชนผิวสีเสียชีวิต 3 ราย ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม

ขณะที่ นางเชอร์รี อองค์ส เจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ประจำเมืองแจ็กสันวิลล์ กล่าวว่า เอฟบีไอจะดำเนินการสืบสวนอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังนี้ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า คนร้ายลงมือก่อเหตุตามลำพัง และไม่มีหลักฐานว่าเขาอยู่ในกลุ่มใหญ่แต่อย่างใด

ด้านนายรอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ประณามเหตุกราดยิงที่ “น่าสยดสยอง” และกล่าวโทษมือปืนรายนี้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง

“เขาพุ่งเป้าไปที่ผู้คน โดยยึดตามเชื้อชาติของพวกเขา ซึ่งมันเป็นสิ่งยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” เดอซานทิส กล่าว “ผู้ชายคนนี้ฆ่าตัวตาย แทนที่จะเผชิญหน้ากับความผิด และรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เขาเลือกที่จะจบชีวิตอย่างคนขี้ขลาด”

อีกด้านหนึ่ง ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเมืองแจ็กสันวิลล์แล้ว ซึ่งอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นเหตุกราดยิงที่มีแรงจูงใจทางเชื้อชาติ “ครั้งล่าสุด” ในสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP