สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ว่า คณะกรรมการสอบสวนรัสเซียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการสืบสวนสอบสวน เหตุการณ์เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เอ็มบราเออร์-135 ตกในภูมิภาคทเวียร์ ทางเหนือของกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้อยู่บนเครื่องบินทั้ง 10 คน เสร็จสิ้นแล้ว


ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตรวมถึง นายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำกองกำลังทหารรับจ้างวากเนอร์ และนายดมิทรี อุตคิน หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของวากเนอร์


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนรัสเซีย ไม่ได้ระบุเกี่ยวกับสาเหตุการตกของเครื่องบิน ท่ามกลางการตั้งคำถามและข้อสงสงสัยของหลายฝ่าย เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นครบ 2 เดือนพอดี หลังพริโกซินนำนักรบวากเนอร์ “ก่อกบฏทางอาวุธ” ต่อกระทรวงกลาโหมรัสเซีย


ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงการตกของเครื่องบินลำนี้ “เป็นโศกนาฏกรรม” และยืนยันว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งออกมาแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคน “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางใด” การสันนิษฐานของฝ่ายตะวันตก “ซึ่งมาจากเพียงมุมเดียว” นั้น “เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง”


กระนั้น ผู้นำรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกาฉบับหนึ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ากองกำลังกึ่งทหารและ “กองกำลังลักษณะใดก็ตามซึ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อกองทัพรัสเซีย” ต้องแสดงความจงรักภักดีต่อรัสเซีย ด้วยการกล่าวคำสาบานตนต่อธงชาติรัสเซีย และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บัญชาการอย่างเคร่งครัด


อีกด้านหนึ่ง นายโอเล็กซี เรซนิคอฟ รมว.กลาโหมยูเครน กล่าวว่า วากเนอร์ “ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” ชะตากรรมของพริโกซินคือคำตอบจากรัฐบาลมอสโก ว่าใครก็ตาม “ที่ผิดคำมั่นสัญญา” กับปูติน แม้เพียงครั้งเดียว “จะกลายเป็นคนที่ผู้นำรัสเซียไม่อาจไว้วางใจได้อีกต่อไป”.

เครดิตภาพ : AFP