สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ว่า คณะกรรมการสอบสวนรัสเซียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการสืบสวนสอบสวน เหตุการณ์เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เอ็มบราเออร์-135 ตกในภูมิภาคทเวียร์ ทางเหนือของกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้อยู่บนเครื่องบินทั้ง 10 คน เสร็จสิ้นแล้ว
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตรวมถึง นายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำกองกำลังทหารรับจ้างวากเนอร์ และนายดมิทรี อุตคิน หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของวากเนอร์
Russia’s Investigative Committee confirms the death of Evgeny Prigozhin, the chief of private military company Wagner Group, in a plane crash earlier this week
— RT (@RT_com) August 27, 2023
Details: https://t.co/3JejWUZ281 pic.twitter.com/6be8bYPppM
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนรัสเซีย ไม่ได้ระบุเกี่ยวกับสาเหตุการตกของเครื่องบิน ท่ามกลางการตั้งคำถามและข้อสงสงสัยของหลายฝ่าย เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นครบ 2 เดือนพอดี หลังพริโกซินนำนักรบวากเนอร์ “ก่อกบฏทางอาวุธ” ต่อกระทรวงกลาโหมรัสเซีย
ด้านนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงการตกของเครื่องบินลำนี้ “เป็นโศกนาฏกรรม” และยืนยันว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งออกมาแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคน “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางใด” การสันนิษฐานของฝ่ายตะวันตก “ซึ่งมาจากเพียงมุมเดียว” นั้น “เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง”
กระนั้น ผู้นำรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกาฉบับหนึ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ากองกำลังกึ่งทหารและ “กองกำลังลักษณะใดก็ตามซึ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อกองทัพรัสเซีย” ต้องแสดงความจงรักภักดีต่อรัสเซีย ด้วยการกล่าวคำสาบานตนต่อธงชาติรัสเซีย และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บัญชาการอย่างเคร่งครัด
อีกด้านหนึ่ง นายโอเล็กซี เรซนิคอฟ รมว.กลาโหมยูเครน กล่าวว่า วากเนอร์ “ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” ชะตากรรมของพริโกซินคือคำตอบจากรัฐบาลมอสโก ว่าใครก็ตาม “ที่ผิดคำมั่นสัญญา” กับปูติน แม้เพียงครั้งเดียว “จะกลายเป็นคนที่ผู้นำรัสเซียไม่อาจไว้วางใจได้อีกต่อไป”.
เครดิตภาพ : AFP



