เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเผยแพร่คลิปควาญช้างฝึกช้างอย่างโหดเหี้ยม ด้วยการใช้เหล็กแหลมทิ่งแทงตามตัวจนเลือดโชกงวงและงา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในป่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.อ้าวลึก จ.กระบี่ สร้างความสลดใจแก่ผู้พบเห็น และถ่ายคลิปดังกล่าว ขณะที่ทางมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ มองว่า เป็นการทารุณกรรมสัตว์อย่างเหี้ยมโหด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ดำเนินคดีแก่เจ้าของและควาญช้าง

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบช้างพลาย “เป๊ปซี่” อายุ 19 ปี ยังคงถูกล่ามโซ่ เลี้ยงไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พบว่า พลายเป๊ปซี่ ถูกล่ามโซ่ที่ขาหน้าและขาหลังทั้งสองข้างเกือบติดกัน ทำให้เดินไม่สะดวก และมีโซ่ขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 5 เมตร ล่ามไว้ที่ขาหลัง ผูกยึดติดไว้กับต้นปาล์มน้ำมัน ใกล้กับลำห้วย

นายพายัพ บางคราม อายุ 52 ปี เจ้าของช้างพลายเป๊ปซี่ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุที่ปรากฏตามคลิป ตนพร้อมด้วยควาญช้าง 3-4 คน ช่วยกันล่ามโซ่ที่ขาหน้าช้าง แต่ช้างได้ใช้งวงคว้าจับตัวควาญช้างคนหนึ่งได้ และกำลังจะฟาดกับพื้นดิน ควาญช้างคนอื่นจึงช่วยกันใช้เหล็กแทงเข้าที่งวงช้าง ช้างจึงปล่อยตัวตกลงมา หากช่วยไม่ทันจะถูกทำร้ายเสียชีวิตได้ จากนั้นใช้เหล็กแทงเข้าที่ขาหลังเพื่อสงบ เชื่อฟัง จึงสามารถล่ามโซ่ที่ขาหน้าทั้งสองข้างได้ ซึ่งการใช้ตะขอเหล็กทิ่มแทง ทำเพื่อให้ช้างเจ็บและกลัว แต่ก็ทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ทิ่มแทงถึงเนื้อใต้ผิวหนัง เพราะหากเกิดบาดแผลอาจติดเชื้อ ทำให้ช้างตายสูญเสียเงินล้านได้

สำหรับ พลายเป๊ปซี่ ซื้อมาจากเจ้าของช้างที่ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2559 ราคา 1.5 ล้านบาท พบว่า มีประวัติดุร้าย ทำร้ายควาญช้างที่นราธิวาส เสียชีวิตมาแล้ว 6 คน เจ้าของจึงขายให้ ก่อนนำมาเลี้ยงไว้ที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พลายเป๊ปซี่ ทำร้ายควาญช้างเสียชีวิต ต่อมาทำร้ายลูกชายตนอายุ 19 ปี เสียชีวิต และทำร้ายตนด้วย ถูกแทงเข้าที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บแต่รอดมาได้ หลังจากเกิดเหตุหลายครั้ง ได้ประกาศขายพลายเป๊ปซี่ แต่ไม่มีใครซื้อ เพราะมีประวัติดุร้ายโหดเหี้ยม จึงต้องเลี้ยงต่อไป ยืนยันว่าภาพที่เห็นในคลิปไม่ใช่การทำร้าย ทารุณช้างแต่อย่างใด