เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) และโรงเรียนในโครงการกองทุนตามพระราชประสงค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงรัชกาลที่ 10 ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งพบผู้อำนวยการสถานศึกษาในกลุ่มหนองพลับจำนวน 10 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอานันท์ โรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง โรงเรียนวไลย โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ โรงเรียนละเมาะ โรงเรียนบ้านหนองพลับ โรงเรียนบ้านหนองกระทุ่ม โรงเรียนบ้านคอกช้างพัฒนา โรงเรียนบ้านห้วยไทรงาม และโรงเรียนโรตารี่กรุงเทพ โดยมี ผอ.สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 และคณะศึกษานิเทศก์นำทีม ผอ.รร. และครูหารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละโรงเรียน จากนั้นได้เดินทางไปชมต้นไม้ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกเมื่อปี 2526 ซึ่งโรงเรียนได้จัดทำป้ายและดูแลพื้นที่โดยมีนักเรียนร่วมปรับภูมิทัศน์ มีการปลูกต้นไม้ใต้ต้นแบบระบบนิเวศที่สมบูรณ์เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่นักเรียนได้เป็นอย่างดี และยังพบว่าผลของมะม่วงหนองแซงที่ออกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีรสอร่อย ครูและนักเรียนได้รับประทานเป็นประจำทุกปี
.
นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Key Success) ของทุกๆ โรงเรียนที่ได้พบวันนี้ คือการที่ครูและทุกฝ่ายให้การสนับสนุนนักเรียนให้ได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ และความเข้มแข็งจากการรวมตัวกันอย่างพี่น้องของกลุ่มโรงเรียนหนองพลับ ตนรู้สึกชื่นชมการบริหารจัดการของทุกโรงเรียนที่ต่างก็ดึงเอาจุดเด่นในพื้นที่ของตนเองนำมาพัฒนาเด็กได้อย่างเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ตัวอย่างเช่น โรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง เป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการจัดทำแผนระยะยาว และโรงเรียนได้สนองงานตามโครงการพระราชดำริ อาทิ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาพนอกเข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ไข่เบื้องต้น จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนอาหารไก่ไข่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการที่ได้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการศึกษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงคณะครูและบุคลากรทางการศึกษามีความเข้มแข็ง มีความพร้อม เอาใจใส่ในการจัดการศึกษา รักโรงเรียน มีความสามัคคี ร่วมใจกันอย่างดี ทำให้ภาพรวมพบว่าเด็กมีความสุข สนุกในการมาโรงเรียน และมีความพร้อมสำหรับการเรียนอย่างเต็มที่
.
ขณะที่ โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ โรงเรียนอานันท์ และโรงเรียนวไลย เป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนตามพระราชประสงค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึง รัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของสถานศึกษาเป็นหลัก ซึ่งทางโครงการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานองคมนตรี โดย พลเอกชวลิต พุกผาสุข ดูแลให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ด้านกายภาพ ได้รับการปรับปรุงอาคารสถานที่บ้านพักครู และการสนับสนุนรถรับส่งนักเรียนในโรงเรียนบ้านห้วยไคร้ และทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้เข้ามาให้ความรู้และจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้มีแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ร.9 ซึ่งส่งผลให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพรอบด้าน
.
ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับแต่ละโรงเรียนพบว่าแต่ละโรงเรียนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดยสามารถจัดการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนได้เป็นตัวของตัวเอง พัฒนาทักษะตามความถนัดและความสนใจ ตัวอย่างเช่น โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ ซึ่งมีชื่อในเรื่องเครื่องร่อน นักเรียนได้รับรางวัลระดับชาติจากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน โดยมี Key Success คือการที่ครูและทุกฝ่ายให้การสนับสนุนนักเรียนให้ได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ ส่วนโรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง มีความโดดเด่นเรื่องการแสดงลิเก ได้รับรางวัลชนะเลิศสองปีซ้อน มี Key Success คือการได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากครูและบุคลากร การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ และความเข้มแข็งจากการรวมตัวกันอย่างพี่น้อง
.
“การดำเนินงานของโรงเรียนมีคุณภาพรอบด้าน ช่วยพัฒนานักเรียนได้ครบทุกองค์ประกอบทั้งชุมชน วัด เครือข่ายที่เข้มแข็ง ที่บูรณาการกิจกรรม Active Learning กับแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เพิ่มทักษะชีวิต โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งภาพความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจกันของเขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นผู้นำทีมที่เข้มแข็งในการสนับสนุนด้านต่าง ๆ และเครือข่ายที่ร่วมพัฒนาให้แก่ทุกโรงเรียน จนทำให้แต่ละโรงเรียนที่แม้จะมีบริบทต่างกัน แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จและเกิดผลเชิงประจักษ์แก่ผู้เรียนได้เป็นอย่างดี นับเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ดีมากโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ มาเป็นอุปสรรคค่ะ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว



