เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้าง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ถึงช่องโหว่กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกรณีปฏิทินประกันสังคม ว่า ตนมีข้อสงสัยว่าเหตุใดบางคนยืนกรานต้องจัดพิมพ์ปฏิทินประกันสังคมให้ได้ ทั้งที่สังคมตั้งคำถามถึงความจำเป็น และเมื่อย้อนดูข้อมูลในอดีต จึงพบว่าคำถามอาจไม่ใช่แค่ว่าจำเป็นหรือไม่ แต่ต้องถามด้วยว่าได้ปฏิทินมาอย่างไร ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสื่อมวลชนต่างๆ พบว่ามีการใช้งบประมาณจัดทำปฏิทินประกันสังคมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ราว 630 ล้านบาท และเป็นการเลือกผู้ผลิตแบบเฉพาะเจาะจง 10 สัญญาจาก 11 สัญญา ฉะนั้นหากจะเรียกว่าได้ปฏิทินกับการประกวดราคาที่โปร่งใสนั้น ถือว่าไม่ถูก ซึ่งปฏิทินยืนหยัดใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอยู่ได้ด้วยประตูทางกฎหมาย 3 บาน ได้แก่ บานแรก คือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 56 ที่เปิดช่องให้ออกกฎกระทรวงใช้วิธีเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม ซึ่งที่จริงแล้ว การใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไม่ได้ผิดอะไร หากเป็นกรณีฉุกเฉินหรือมูลค่าต่ำมากๆ แต่ปัญหาคือการเพิ่มกรณีพิเศษต่างๆ ตามสะดวก

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ประตูบานที่ 2 คือ กฎกระทรวง พ.ศ.2563 ที่รองรับกฎหมายที่ระบุให้ซื้อแบบเจาะจงได้ หากเป็นพัสดุส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตรจากร้านสหกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีใครสักคนใช้ประตูบานนี้ เพื่อเจาะจงเลือกชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) ให้เป็นผู้ผลิต 7 จาก 11 สัญญา เป็นเงิน 416 ล้านบาท โดยไม่ต้องแข่งกับใคร แต่เมื่อประตูบานนี้เริ่มมีคนจับตา ก็จะมีใครสักคนเลือกใช้ประตูอีกบาน คือกฎกระทรวง พ.ศ.2561 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานในเครือของรัฐ โดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ทำให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกลายมาเป็นผู้จัดทำปฏิทินโดยไม่ต้องแข่งขัน อีก 3 สัญญา เป็นเงินรวม 160 ล้านบาท แล้วถ้าให้มีการประกวดราคา อย่างกรณีของปี 2569 ที่ถูกยกเลิกนั้น ปรากฏว่าผู้ชนะที่เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการพิมพ์ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 45 เปอร์เซ็นต์ หรือเสนอราคา 26.6 ล้านบาท จากราคากลาง 48.7 ล้านบาท

“นั่นหมายความว่าหากเลือกใช้การแข่งขันอย่างโปร่งใส แทนการเปิดประตูอภินิหารทางกฎหมาย ก็น่าจะประหยัดงบประมาณได้ 260 ล้านบาท นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะยังมีหลายหน่วยงานใช้วิธีเดียวกันปีละหลายหมื่นล้านบาท และก็ทำให้บางองค์กรก็ขยายไปทำสิ่งที่ตนเองไม่ได้ถนัด เพื่อไปกินกำไรโดยไม่ต้องแข่งขันกับใคร พรรคประชาชนจึงเสนอรื้อระบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดให้เป็นไปตามแนวทางสากล โดยอิงกับแนวทางของสหประชาชาติ และธนาคารโลก ซึ่งต้องทบทวนกฎหมาย กฎกระทรวง ที่กลายเป็นประตูอภินิหาร สร้างความเสี่ยงทุจริตที่ถูกต้องโดยระเบียบราชการ” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้าง ของสภาผู้แทนราษฎร ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเผยผลการวิเคราะห์ ข้อเสนอให้สังคมรับทราบและขอความเห็นเป็นระยะ ซึ่งตนยินดีหากใครจะส่งข้อมูลความผิดปกติหรือมีข้อเสนอดีๆ มาให้เพื่อประหยัดภาษีของประชาชนทุกคน.