เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด1 นำตัวนายอุทัย อายุ 47 ปี และ นายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฐานร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง(เฮโรอีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า มาฝากขังครั้งแรก

คุมตัว ‘อุทัย-นันทวัฒน์’ คดี ‘แอร์มีนา’ ฝากขัง ปิดปาก-ส่ายหน้าปัดตอบสื่อ

พฤติการณ์คดีสรุปว่า สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียประจำกรุงเทพมีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแจ้งกรณีจับกุม น.ส.มีนา คอนโด่ะพนักงานลูกเรือสายการบินไทยซึ่งเดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น ด้วยเที่ยวบิน TG 465 จากกรุงเทพเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนและถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลียพบกระเป๋าผ้า 12 ใบในสัมภาระมีความผิดปกติสองใบตรวจพบสารสีขาวที่ซุกซ่อนในซับกระเป๋า ราว 9 กรัม โดยเบื้องต้นให้การว่ารับขนสินค้าจาก Facebook และขนกระเป๋าดังกล่าวให้ผู้ใช้บัญชี Rose Rose และกระเป๋าถูกส่งมาให้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน เพื่อนำไปมอบให้กับบุคคลที่ชื่อเดียร์ที่โรงแรมในเมลเบิร์น โดยปฏิเสธไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติด หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้สืบสวนขยายผลพบชายต้องสงสัยผู้ส่งพัสดุ ทราบชื่อภายหลังคือนายอุทัย ผู้ต้องหา ไปวางไว้อาคารของน.ส.มีนา จากการซักถามพิสูจน์ทราบความเกี่ยวข้องในคดีนายอุทัย ให้การว่านำยาเสพติดเฮโรอีนที่เหลือไปซุกซ่อนไว้ที่ห้องพักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นห้องของเพื่อน ชื่อ นายนันทวัฒน์ ยิ่งพิพัฒนาวงศ์ อายุ 47 ปี

โดยนายนันทวัฒน์ ยอมรับว่าเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายอุทัย นำถุงดำภายบรรจุถุงผ้าลายช้างไทย 6 ใบซึ่งบรรจุยาเสพติดมาฝากกับตนจริง ต่อมานายอุทัยได้ติดต่อให้ตนจัดการกับยาเสพติด จึงตัดสินใจทำลายกระเป๋าผ้าและนำยาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในไปเทใส่ชักโครก ห้องพักของตนและยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น ผลการตรวจไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่นายนันทวัฒน์ รับว่าหลังจากทำลายยาเสพติดแล้วได้นำถุงผ้าและเศษผ้าที่มีผงยาเสพติดออกไปทำลายและทิ้งจุดต่างๆ 3 จุด เหตุเกิดที่บริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่ง ต.กะมัง อ. พระนครศรีอยุธยา

การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสองเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอฃ มาตรา 1,29(1),90,134,145 วรรคแรก ,145 วรรคสอง(1),152 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 1 พ.ศ.2565

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่าเนื่องจากเป็นคดีที่สืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายข้ามชาติจากคดีแอร์โฮสเตสสายการบินไทยที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมหลังลักลอบนำเข้าเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งพนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนพยานอีก 10ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสอง จึงขอหมายขังผู้ต้องหาทั้งสองไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 6-17 ก.ค.69

หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านเนื่องจากคดีมีอัตราโทษซูงหากผู้ต้องหาทั้งสองได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีภายหลัง

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน ได้ทำคำร้องฝากขัง ที่ ยฝ 1584/2569 ของนายอุทัย ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อีกสำนวนด้วย

ศาลอาญาพิเคราะห์คำร้องแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังได้

ภายหลัง พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด1 ได้นำตัวนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี และ นายนันทวัฒน์ ยิ่งพัฒนาวงศ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฐานร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง(เฮโรอีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยศาลพิจารณาอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหาและ พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในลักษณะขบวนการข้ามชาติ นับว่าร้ายแรงมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาจะหลบหนี ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง