สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ ว่านายหวัง เหวินเทา รมว.พาณิชย์จีน แสดงความวิตกกังวลอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างการพบหารือที่กรุงปักกิ่ง กับนางจีนา ไรมอนโด รมว.พาณิชย์สหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่อการที่รัฐบาลวอชิงตันใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ต่อสินค้าหลายรายการของจีนว่า “ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”


ขณะเดียวกัน หวังหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับ การที่สหรัฐจำกัดเทคโนโลยีและสินค้าเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ การเลือกปฏิบัติต่อการลงทุนสองทาง การใช้มาตรการอุดหนุนแบบเลือกปฏิบัติ และมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีนหลายแห่ง ซึ่งยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่รัฐบาลวอชิงตันอ้างเหตุผลของตัวเองว่า “เป็นการลดความเสี่ยง” ให้กับห่วงโซ่อุปทาน


หวังกล่าวถึงแนวทางนโยบายการค้าของสหรัฐ “ในภาพรวม” ว่าเป็นการใช้มาตรการกีดกันฝ่ายเดียว ซึ่งไม่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนกลไกตลาด และการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม หากรัฐบาลวอชิงตันยังคงขับเคลื่อนนโยบายการค้าและการลงทุนลักษณะนี้ต่อไป ความมั่นคงและเสถียรภาพอุตสาหกรรม ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน จะได้รับผลกระทบมากขึ้นเท่านั้น หากสหรัฐต้องการฟื้นฟูความร่วมมือทางการค้ากับจีนจริง “คำพูดและการกระทำควรสอดคล้องกัน”


ทั้งนี้ ไรมอนโดเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีว่าการของสหรัฐ คนที่ 3 ซึ่งเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ต่อจากนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เมื่อเดือน มิ.ย. ตามด้วยนางเจเน็ต เยลเลน รมว.การคลังสหรัฐ และนายจอห์น แคร์รี ผู้แทนพิเศษด้านสภาพอากาศของสหรัฐ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


ไรมอนโด กล่าวว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับจีน “ซับซ้อน” แต่ “มีความสำคัญที่สุดต่อทั้งโลก” ในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกตามลำดับ และกล่าวถึงการตรียมจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับจีน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าและการลงทุน และยังจะมีการพบหารือ “เพื่อลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจของสหรัฐด้วย”.

เครดิตภาพ : AFP