สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลีเบรอวิล ประเทศกาบอง เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า คณะกรรมการการเปลี่ยนผ่านและการฟื้นฟูสถาบัน ซึ่งคือชื่ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลทหารกาบอง ประกาศการแต่งตั้ง พล.อ.ไบรซ์ โอลิกี เอ็นกัวมา หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่อารักขาประธานาธิบดี ให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่าน”


ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีอาลี บองโก ออนดิมบา ภรรยา บุตรชาย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ทั้งในรัฐบาลและพรรคประชาธิปไตยกาบอง (พีดีจี) ของ อาลี บองโก “ถูกจับกุม” โดย อาลี บองโก ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในบ้านพัก ส่วนชะตากรรมของบุคคลที่เหลือยังไม่เป็นที่แน่ชัด


เบื้องต้นรัฐบาลทหารกาบองเตรียมดำเนินคดีกับบุคคลทั้งหมด ในข้อหากบฏ ฉ้อโกง คอร์รัปชั่น และการปลอมแปลงลายเซ็นประธานาธิบดี

ชาวกาบองรวมตัวในกรุงลีเบรอวิล แสดงความสนับสนุนกองทัพ ที่ยึดอำนาจจากประธานาธิบดีอาลี บองโก ออนดิมบา


การรัฐประหารที่กาบองเกิดขึ้น หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติประกาศว่า อาลี บองโก ชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 64.27% รักษาตำแหน่งเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน ส่วนนายอัลเบิร์ต ออนโด ออสซา ตัวแทนจากฝ่ายค้าน ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 30.77% โดย อาลี บองโก อายุ 64 ปี อยู่ในตำแหน่งผู้นำกาบองตั้งแต่ปี 2552 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของบิดา คือประธานาธิบดีโอมาร์ บองโก ออนดิมบา ซึ่งปกครองกาบองตั้งแต่ปี 2510


ด้านฝรั่งเศสซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของกาบอง ประณามการยึดอำนาจอย่างหนัก และเน้นว่า ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปัจจุบัน ฝรั่งเศสมีทหารประมาณ 400 นาย ประจำการอยู่ในกาบอง ซึ่งมีประชากรราว 2.3 ล้านคน เป็นหนึ่งในประเทศร่ำรวยที่สุดของทวีปแอฟริกา เมื่อคำนวณจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว หรือจีดีพีต่อหัว ด้วยสินค้าหลักคือน้ำมันดิบ ที่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70.5% ของรายได้จากการส่งออก และคิดเป็น 38.5% ของจีดีพีกาบอง


นอกจากนั้น กาบองยังมีทรัพยากรแร่ธาตุอีกหลายชนิด แต่การบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชากรราวหนึ่งในสาม ยังมีคุณภาพขีวิตต่ำกว่าเส้นความยากจนของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์).

เครดิตภาพ : AFP