คุณสปัญญ์ ปูพื้นฐานในวัยเด็กว่า “ช่วงเรียนอนุบาลมีสมุดกับดินสอกับสมุดระบายสีและรู้ตัวว่าชอบวาดรูป ตอนเข้ามหาวิทยาลัย เรียนแฟชั่นคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อยากทำงานด้านครีเอทีฟ และตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ระหว่างทางพยายามทำทุกอย่่างที่ึ้ค้นหาตัวเอง ในช่วงเรียนปี 2 และปี 3 เห็นเพื่อนนิเทศศิลป์วาดรูปด้วยเม้าท์ปากกา เลย ซื้อมาวาดรูปโดยฝึกจากยูทูปและเริ่มเสพงานวาดรูปและจะคอยสอบถามอาจารย์ที่สอน ตลอด กระทั่งมีโอกาสเข้าฝึกงานในสายกราฟฟิค ที่คลอเซ็ท พอเรียนจบอายุ 23 ไปทำงานที่กราฟฟิค สตูดิโอแห่งหนึ่งได้เปิดโลกระดับหนึ่งและอัพสกิลในการวาดรูปขึ้นอีกเลเวล ครึ่งปีได้ฝึกงานและเลือกทำเป็นฟรีแลนซ์ วาดรูปไปเรื่อยๆ ทำงานไปปีครึ่งอายุ 25ไปเรียนที่อังกฤษ ด้วยความชอบออกแบบตัวอักษรมาก เลยเรียนด้านกราฟฟิกที่มีการสอนแบบ Typography ตอนเรียนติด1ใน10 นักเรียนที่ได้ออกแบบดีเด่น รู้สึกมีความสุขมาก ก่อนกลับไทย ฝึกงานกับแบรนด์เสื้อผ้ายี่ห้อหนึ่งเขาอยากให้ทำบัตรเชิญด้วยสีน้ำและสุดท้่ายได้รับเลือกให้ไปงานที่ฮ่องกง และทำของตกแต่งในงาน เช่น จาน ผ้าพันคอ สำหรับแจกผู้มาร่วมงาน ทำได้สามเดือนเลยกลับมาเมืองไทย เริ่มออกแบบตัวอักษรถ่ายลงในไอจี และได้ทำให้มีโอกาสทำงานร่วมกับหลายที่ติดต่อมา ช่วงนั้นอายุ27 ปี ทำให้รู้สึกว่างานที่ทำมีมาตราฐานขึ้น”

คุณสปัญญ์ เล่าต่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดชื่น ว่า “งานที่ทำเป็นความก้ำกึ่งระหว่างอิลลาสเตรเตอร์ อาร์ททิส นักวาดภาพประกอบ สปัญญ์ผลิตงานที่เป็นตัวเอง วาดรูปในแนวทางที่เป็นตัวเองและมีโจทย์ให้ทำ ความสุขในอดีตกับปัจจุบันต่างกันแรกๆตอนวาดรูปแรกๆมีความสุข เรียกว่าสุขที่สุด เพราะไอเดียพร่างพรู พอทำงานมากๆ เริ่มซีเรียสขึ้นเรื่อยๆ เป็นอยู่พักใหญ่ ว่าเราทำเพื่ออะไร หาจุดในชีวิต แต่เราพยายามค้นหาว่าเราต้องการอะไร จนถึงปัจจุบันเรารู้ว่าเราเริ่มไม่คาดหวัง เราเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด อะไรแมทช์กับเราถือว่า คือกำไร สิ่งที่้เราคอมพลีท รู้สึกแฮปปี้ ถ้าเราได้รับฟีดแบคในวันที่เราทำเต็มที่และดีที่สุด เราอยากให้เขาได้สิ่งที่ดี ยิ่งเขาแฮปปี้ในสิ่งที่เราให้ไป เรายิ่งรู้สึกฟูลฟีล สปัญญ์ เคยเบิร์นเอ้าท์ มีภาวะที่ไม่อยากครีเอทอะไรขึ้นมาใหม่ เริ่มมองหาคุณค่าในชีวิตและค่อยๆฮีลตัวเองขึ้นมา และเริ่มหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ เช่นหาของกินอร่อยๆ ตอนนี้รู้สึกมีความสุขเหมือนเดิม”

“เรื่องพลังบวกเชื่อเยอะ เพราะเราเคยลบอยู่ช่วงหนึ่ง พลังบวกในมุมของสปัญญ์ คือสปัญญ์มีความสุขง่ายมาก และทำอะไรจริงจังมาก แต่เป็่นคนขำง่าย ตลกง่าย อยู่กับเพื่อนเหมือนตัวช่วยขำ เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ สปัญญ์มองว่าการบอกว่าคิดบวกซิยากนะ ถ้าอินเนอร์ไม่มีพลังพอ ช่วงที่เบิร์นเอ้าท์ ดิ่งมาก เราคิดลบมากทั้งที่ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่เราไปมองจุดเล็กให้เป็นจุดใหญ่ๆ ทุกอย่างอยู่ที่วิธีมองที่ต้องฝึกฝนและค่อยๆปรับตัว ปรับความคิดไป ส่วนการทำอะไรด้วยใจนี่เป็นนัมเบอร์วัน ที่สปัญญ์ยึดไว้เลยเวลาทำอะไร ทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท่าที่เราจะทำได้ เต็มศักยภาพของเราผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ถ้ามองย้อนไปเราจะไม่เสียใจ” คุณสปัญญ์ทิ้งท้าย.
แก้วใจ



