แต่ละฤดูกาลธรรมชาติมีมนต์เสน่ห์ เช่นเดียวกับช่วงเวลานี้ แม้จะอยู่ใน ‘ช่วงฤดูฝน’ เมฆฝน เมฆเต็มท้องฟ้าซึ่งอาจเป็นอุปสรรค์ แต่หากคืนไหนฟ้าใส ไร้เมฆ หรือหลังฝนตกผ่านไป ฟ้าหลังฝนที่สดใสกลับเพิ่มโอกาสสังเกตการณ์ ได้ชมฟ้าสวย ชมดาวทอแสงระยิบระยับ เป็นห้องเรียนธรรมชาติ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ที่สุดแสนพิเศษ

ในช่วงฤดูฝนเวลานี้ ชวนอัปเดตปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ชมความงามท้องฟ้ามืด ปรากฏการณ์น่าชมที่น่าติดตามต่อจากนี้ โดย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.หรือ NARIT) ให้ความรู้ปรากฏการณ์ท้องฟ้าน่าชมกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า แม้จะเป็นฤดูฝน อาจมีอุปสรรค์จากฝนตก ท้องฟ้ามีเมฆมาก แต่ช่วงเวลานี้ก็มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์น่าชมมากมาย โดยเฉพาะ ปรากฏการณ์ในชั้นบรรยากาศโลก หนึ่งในปรากฏการณ์ที่อยู่ในการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ของสดร.ทุกปี
นอกจากนี้ หากวันไหนที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไร้เมฆฝนยังเป็นช่วงที่สามารถสังเกต ทางช้างเผือกได้ชัดเจน สวยงาม ตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่กลางท้องฟ้า อีกทั้งในช่วงเวลาเย็นยังสามารถสังเกตเห็นดาวสว่างเด่นชัดที่อยู่คู่กันทางทิศตะวันตก สังเกตเห็นได้ง่าย โดยดาวนั้นคือ ดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดี โดยเห็นได้นับแต่หัวค่ำ

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมายังเป็น วันครีษมายัน ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี หรือวันที่ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงจุดหยุดหรือจุดสุดทางเหนือ ส่งผลให้วันดังกล่าว คนบนโลกจะสังเกตเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด
นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่สังเกตเห็นได้หลายๆครั้ง เห็นได้บ่อยๆ อย่างเช่น รุ้งกินน้ำ เมฆสีรุ้ง กลอรี(Glory) พระอาทิตย์ทรงกลด ฯลฯ อีกทั้งปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน หรือใช้สมาร์ทโฟนช่วยให้การสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ท้องฟ้า ถ่ายรูปได้สะดวกขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น อย่างเช่น คืนไหนฟ้าปิด หรือท้องฟ้าแจ่มใสสามารถตรวจสอบหรือปรับแผนเพื่อเตรียมตัวไปดูดาว ชมความงามท้องฟ้าได้อย่างที่ตั้งใจ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติคุณศุภฤกษ์อธิบายเพิ่มว่า ในช่วงนี้หากฝนไม่ตก ท้องฟ้าดี ก็เป็นโอกาสสำหรับการสังเกตทางช้างเผือก โดยเห็นได้นับแต่ช่วงหัวค่ำ ทางช้างเผือกจะปรากฏออกมาให้เห็น อีกทั้งช่วงหน้าฝนทางช้างเผือกจะอยู่สูงเกือบกลางท้องฟ้า
“ทางช้างเผือกอาจสังเกตยากเล็กน้อยสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย ด้วยที่เป็นแนวฝ้าบางๆ จางๆ แต่หากมีผู้แนะนำชี้ให้ชม หรือหากใช้แอปพลิเคชันซึ่งปัจจุบันมีหลายแอปพลิเคชันที่เปิดให้ใช้ฟรีจะช่วยให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น จะเห็นเป็นวัตถุสว่าง ใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่บริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู

อีกทั้งช่วงเวลานี้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์กับกลุ่มดาวห่างไกลกันเยอะ แสงดวงอาทิตย์ไม่มารบกวน ช่วงเวลากลางคืนจึงสามารถสังเกตใจกลางทางช้างเผือกได้ง่าย และจากที่กล่าว ถ้าท้องฟ้าใสไร้เมฆจะสังเกตเห็นได้นับแต่หัวค่ำ เป็นอีกจังหวะสังเกตทางช้างเผือกที่ต่างจากเดือนมีนาคม ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลล่าทางช้างเผือก หรือช่วงปลายปี
“ทางช้างเผือก เป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้านับแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ “ใจกลางทางช้างเผือก” ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือก ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย อาทิ ดาวฤกษ์ กระจุกดาว เนบิวลา ฯลฯ
การสังเกตทางช้างเผือกจะเห็นได้เกือบตลอดปี แต่อย่างไรแล้ว ปัจจัยสำคัญคือ สภาพท้องฟ้า หากท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดี ไม่มีแสงรบกวน ทั้งแสงจากดวงจันทร์ แสงไฟจากเมืองก็จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจน ช่วงเวลานี้ถือเป็นอีกโอกาส เป็นช่วงจังหวะดีๆสำหรับการถ่ายภาพใจกลางทางช้างเผือก”

ส่วนดาวสว่างที่เห็นได้นับแต่หัวค่ำคือ ดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดี และช่วงกลางเดือนที่ผ่านมายังสามารถสังเกตเห็น ดาวพุธ ได้ด้วย จากนั้นตำแหน่งของดาวศุกร์จะเปลี่ยนไป จะออกห่างจากดาวพฤหัสบดีไปเรื่อยๆ แต่อย่างไรแล้วก็ยังคงสังเกต ชมความงามของดาวสุกสว่างสองดวงนี้บนท้องฟ้าที่จะออกมาปรากฏให้ชมทางทิศตะวันตกได้ต่อเนื่องในเดือนนี้ สังเกตเห็นได้นับแต่ช่วงหัวค่ำถึงราวสองทุ่มนิดๆ โดยประมาณ
“การสังเกตการณ์ การได้เห็นดวงดาวเหล่านี้ อย่างเช่น ดาวพฤหัสบดี แม้ค่อนข้างเห็นได้ง่าย เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์วงนอก โดยตำแหน่งจะเห็นได้นับแต่ขอบฟ้าไปจนถึงกลางท้องฟ้า หรือข้ามไปอีกซีกฟ้า เห็นได้ทั้งทางทิศตะวันออก ทิศตะวันตก แต่สำหรับ ดาวศุกร์ ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า ดาวเคราะห์วงใน โดยใช้โลกเป็นจุดอ้างอิง

การสังเกตการณ์ดาวเคราะห์วงในด้วยตาเปล่าจึงค่อนข้างยาก หากโอกาสไม่เหมาะสม โดยหากเป็นช่วงเดือนอื่นๆดาวศุกร์ ดาวพุธจะอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ ก็ทำให้ยากต่อการสังเกต ช่วงเวลานี้จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะได้ชม ได้เรียนรู้ดูดาวใกล้ชิดขึ้น”
ในหน้าฝน ฟ้าหลังฝนหรือในคืนที่ไร้เมฆมาบดบัง ท้องฟ้ามืดจึงมีความสวยงามเหมาะแก่การสังเกตการณ์ อีกทั้งเมื่อเป็นจังหวะของ ดาวเคราะห์ชุมนุม โดยคุณศุภฤกษ์ อธิบายอีกว่า เมื่อมีดาวเคราะห์มาอยู่ด้วยกัน ใกล้กัน ตั้งแต่สองดวงขึ้นไป โดยที่ผ่านมา ดาวพุธ ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดีอยู่ด้วยกัน

ทั้งนี้การดูดาวเคราะห์ อาจสังเกตเห็นได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน อย่าง ดาวศุกร์ เห็นในช่วงหัวค่ำแล้วตกลับไป จากนั้นอาจได้เห็นดาวพฤหัสบดี หรือในช่วงดึกกว่านี้เห็น ดาวเสาร์ ทั้งนี้ตำแหน่งดาวเคราะห์จะเคลื่อนที่ บางโอกาสหรือบางเดือนอาจเคลื่อนที่ไปในมุมที่เราสามารถสังเกตในตำแหน่งที่ใกล้กัน
“ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุมเป็นความพิเศษ น่าชมและน่าสังเกตการณ์ ปรากฏการณ์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นทุกปี แต่อาจไม่เกิดขึ้นทุกเดือนหรือทุกวัน การชุมนุมกันของดาวเคราะห์ที่มาอยู่ใกล้กันเหล่านี้จะอยู่ไม่นาน จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสั้นๆ ประมาณราวสอง สามวัน จากนั้นดาวเคราะห์จะเริ่มเปลี่ยนตำแหน่ง ห่างออกจากกันไปเรื่อยๆ”

คุณศุภฤกษ์ เล่าขยายปรากฏการณ์น่าชมบนท้องฟ้าของช่วงเวลานี้เพิ่มอีกว่า ไฮไลท์ของเดือนนี้จึงเป็น ดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้กัน สว่างเด่นทางทิศตะวันตก อีกทั้งช่วงหน้าฝนยังมีโอกาสชมความงาม รุ้งกินน้ำ เมฆสีรุ้ง กลอรี ฯลฯ ได้บ่อยครั้งโดยใช้หลักการทางดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์อธิบายได้ อย่างเช่น ปรากฏการณ์ทางแสงในชั้นบรรยากาศโลก รุ้งกินน้ำ เกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบกับหยดน้ำฝน ละอองน้ำในอากาศ แล้วเกิดการหักเห สะท้อนภายในหยดน้ำหักเหออกมาให้เห็นแสงสีต่างๆ โดยฤดูฝนจะเกิดขึ้นบ่อย

พระอาทิตย์ทรงกรด เป็นเหมือนกับวงแหวนรุ้งเป็นวงกลมอยู่ล้อมรอบดวงอาทิตย์ เกิดจากการหักเหของแสงผ่านผลึกน้ำแข็งในอากาศอีกปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้บ่อย เมฆสีรุ้ง ก็เช่นกันเป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้บ่อย หรือ กลอรี(Glory)วงแหวนรุ้งล้อมรอบเงาผู้สังเกต เห็นได้เมื่อเราอยู่ในจุดที่สูง อย่างเช่น บนยอดภูเขาหรือนั่งบนเครื่องบิน เป็นปรากฏการณ์ทางแสงที่เหมือนกับรุ้งกินน้ำเต็มวงจางๆ เกิดจากการสะท้อนและหักเหของแสงอาทิตย์ในละอองน้ำในอากาศ การกระเจิงย้อนกลับของแสงบนหยดน้ำ ฤดูฝนจึงเป็นอีกจังหวะดีๆในการเรียนรู้ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ รวมถึงท้องฟ้าทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
ส่วนต่อจากนี้อย่างในเดือนสิงหาคม มีปรากฏการณ์น่าชม “ฝนดาวตก” โดยหากฟ้าใส ไร้เมฆ ในคืนวันที่ 12 ต่อวันที่ 13 จะได้ชม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (ฝนดาวตกคืนวันแม่) ซึ่งมีอัตราการตกค่อนข้างสูง 100 ดวงต่อชั่วโมง หากพื้นที่ไหนฟ้าดี ก็มีโอกาสได้เห็น โดยปีนี้เป็นช่วงจันทร์ดับ ทำให้ไม่มีแสงจันทร์รบกวน สามารถดูได้ตลอดทั้งคืนหากฝนฟ้าใส ไม่มีฝน

ต่อเนื่องจากนั้นปรากฏการณ์ท้องฟ้าในเดือนกันยายนยังมีจังหวะ สังเกตดาวศุกร์ชมความงาม โดยดาวศุกร์จะสุกสว่างที่สุดในรอบปี จากนั้นเมื่อใกล้หน้าหนาวจะมีปราฏการณ์ทางดาราศาสตร์ต่างๆ ทั้ง ดาวเสาร์ใกล้โลก ดาวเคราะห์ชุมนุม ฯลฯ และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวท้องฟ้าใสกระจ่างไร้เมฆฝนบดบัง อากาศดีเย็นสบาย เป็นอีกจังหวะเหมาะสมสำหรับการสังเกตการณ์ ชมกลุ่มดาวที่ปรากฏบนท้องฟ้า สังเกตดาวเคราะห์ วัตถุท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ฯลฯ
อีกความงามของท้องฟ้า อีกโอกาสศึกษาธรรมชาติ สังเกตกลุ่มดาวเด่นๆ ที่ทอแสงสว่าง กระพริบระยิบระยับเปล่งประกายสวยงามยามค่ำคืน
พงษ์พรรณ บุญเลิศ
ภาพจาก : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.)



