สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า ดาวหางซึ่งยังไม่ทราบขนาดที่แน่ชัดนี้ ได้รับการตั้งชื่อตามนายฮิเดโอะ นิชิมูระ นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวญี่ปุ่น ผู้ค้นพบมันครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา
นายนิโคลัส บิเวอร์ นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ จากหอดูดาวปารีส กล่าวว่า มันเป็นเรื่องยากที่ดาวหางดวงหนึ่งจะถึงช่วงการมองเห็นสูงสุดทันทีหลังจากถูกค้นพบ เนื่องจากดาวหางส่วนใหญ่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด หลังถูกค้นพบแล้วหลายเดือน หรือหลายปี
บิเวอร์ กล่าวต่อไปว่า ดาวหางนิชิมูระ โคจรใกล้ดวงอาทิตย์ทุก ๆ 437 ปี ซึ่งเป็นคาบการโคจรที่ยาวนานพอ จนทำให้เกิดแกนน้ำแข็งในช่วงที่มันอยู่ในระบบสุริยะชั้นนอกที่เยือกแข็ง จากนั้น เมื่อดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ความร้อนจะละลายน้ำแข็งให้กลายเป็นฝุ่นกับก๊าซ ซึ่งก่อตัวเป็นหางยาว และแสงจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนกับหาง ทำให้ผู้คนมองเห็นดาวหางจากโลกได้
Newly discovered comet Nishimura could be visible to naked eye this weekend https://t.co/W8S0NTDYSa
— Guardian news (@guardiannews) September 7, 2023
ทั้งนี้ ดาวหางนิชิมูระ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “C/2023 P1” จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 17 ก.ย. นี้ โดยอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 33 ล้านกิโลเมตร และจะเคลื่อนผ่านโลกโดยสวัสดิภาพที่ระยะห่าง 125 ล้านกิโลเมตร
สำหรับนักดูดาว ดาวหางดวงนี้จะสังเกตได้ง่ายที่สุดในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะในซีกโลกเหนือ
“สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำ คือ การมองท้องฟ้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทางด้านซ้ายของดาวศุกร์ ในท้องฟ้าที่แจ่มใส ไม่มีมลภาวะ” บิเวอร์ แนะนำ
นอกจากนี้ ผู้ที่มีกล้องส่องทางไกลขนาดเล็ก จะสามารถเพลิดเพลินกับปรากฏการณ์นี้ได้อย่างง่ายดาย แต่หากสภาพอากาศเป็นใจ ดาวหางนิชิมูระก็อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเช่นกัน โดยหางของมันมีสีเขียว เพราะมันมีก๊าซมากกว่าฝุ่น.
เครดิตภาพ : AFP



