สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเดอร์นา ประเทศลิเบีย เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ว่าสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ ( โอซีเอชเอ ) รายงานสถานการณ์ในภาคตะวันออกของลิเบีย หลังเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากอิทธิพลของพายุ “แดเนียล” ที่ทำให้เขื่อนสองแห่งในพื้นที่แตก จนมวลน้ำมหาศาลไหลทะลักท่วมเมืองใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่เมืองเดอร์นา ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 11,300 ราย
Devastating scenes we captured in #Libya today.
— ICRC Libya (@ICRC_lby) September 16, 2023
Even amidst such tragedy, the unwavering dedication of the @LibyaRC teams shines through, working around the clock to provide critical medical assistance to those affected. pic.twitter.com/XnU8tDPaof
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 10,100 คน ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลให้กับทุกฝ่าย ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะสูงยิ่งกว่านี้ และการที่สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ประสบภัย “ยังอยู่ในระดับเลวร้าย” สร้างความหวั่นวิตกให้กับทุกภาคส่วนอีกว่า จะมีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ด้วย

นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองภายในลิเบียที่ไร้เสถียรภาพ จากการที่รัฐบาลแบ่งเป็นสองฝ่าย และแย่งกันบริหารประเทศ คือรัฐบาลแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่กรุงตริโปลี ในภาคตะวันตกขอลิเบีย และได้รับการรับรองจากยูเอ็น กับรัฐบาลตะวันออกซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองเบงกาซี และอียิปต์ รวมถึงอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาสนับสนุน ส่งผลกระทบต่อความสะดวกราบรื่น ในการส่งมอบความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสนับสนุนด้านมนุษยธรรมจากหลายประเทศ ทยอยเข้าสู่ลิเบียได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น โดยรัฐบาลมอลตาเป็นประเทศล่าสุดที่ส่งมอบความช่วยเหลือ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกเหนือจากประเทศเพื่อนบ้านและที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจัดสรรความช่วยเหลือให้บ้างแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี )
อนึ่ง ยูเอ็นประกาศการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนฉุกเฉิน เบื้องต้น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 356.83 ล้านบาท ) และขอระดมทุนอีกมากกว่า 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2,533.46 ล้านบาท ).
เครดิตภาพ : AFP



