วานนี้ (1 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคำเตือนจากนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกรณีที่มีคนจำนวนมากนิยมใช้ “กูเกิล” ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วยขนทำให้เกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น
บางครั้ง คำอธิบายที่ได้จากแพลตฟอร์มเสิร์ชเอนจินก็ดูน่าสะพรึงกลัวจนทำให้ผู้ค้นหาเกิดความกังวลมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาวะนี้เรียกว่า “ไซเบอร์คอนเดรีย” (Cyberchondria) หรือ “โรคดร.กูเกิล”
แม้ว่านี่จะยังไม่ใช่ชื่อของโรคอย่างเป็นทางการ แต่ดร. ไฮโก กราฟ ผู้อำนวยการแผนกจิตเวชจากโรงพยาบาลคาร์ลส์รูเออ มูนิซิพัล จากเยอรมนี อธิบายว่า ภาวะดังกล่าวเป็นความกลัวโรคทางกายที่รุนแรงอย่างไร้เหตุผลจากการบริโภคเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจบานปลายไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือเลวร้ายที่สุดคือ “โรคกังวลต่อการเจ็บป่วย” (Illness Anxiety Disorder)
ข้อมูลระบุว่าความวิตกกังวลด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ่อยและมักจะได้รับอิทธิพลจากข้อมูลได้ง่ายกว่าวัยอื่น ผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 30 ถึง 50 ของผู้ที่ค้นหาข้อมูลโรคออนไลน์มีความกังวลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผลสำรวจในเยอรมนีพบว่าผู้คนกว่าร้อยละ 91 เคยค้นหาอาการป่วยผ่านเน็ตอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และมีถึงร้อยละ 13 ที่เคยใช้วิธีวินิจฉัยโรคด้วยตัวเองแทนการไปพบแพทย์
อิซาเบลล์ เวงก์ นักจิตวิทยาจากเคเคเอช ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของเยอรมนีระบุว่าการหาข้อมูลสุขภาพไม่ใช่เรื่องผิดและอาจช่วยให้เรามีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น หากข้อมูลนั้นมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหรือมีความกลัวโรคเรื้อรังอยู่แล้ว อินเทอร์เน็ตอาจกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดพฤติกรรมเสพติดการวินิจฉัยโรคแบบย้ำคิดย้ำทำ พวกเขาอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง ตีความอาการป่วยแบบเกินจริงจนผิดพลาด เช่น อาจคิดว่าอาการปวดหัวธรรมดาคือสัญญาณของโรคเนื้องอกในสมอง
ความเสี่ยงสำคัญของการวินิจฉัยผ่านเน็ตคือการขาด “บริบท” และ “สถิติความน่าจะเป็น” ที่แพทย์มักใช้ประกอบการวินิจฉัย เช่น ความถี่ของโรคตามช่วงอายุ นอกจากนี้ ร้อยละ 40 ของเนื้อหาสุขภาพบนเว็บยังเป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบหรือเป็นข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็ง แม้แต่การใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างแชตจีพีทีก็ยังมีความเสี่ยงเพราะมันดึงข้อมูลที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองมาตอบคำถาม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่จะสามารถตีความผลการค้นหาได้อย่างถูกต้อง
สำหรับแนวทางการรักษาผู้ที่มีภาวะไซเบอร์คอนเดรียนั้น ดร. กราฟแนะนำว่าการทำจิตบำบัดโดยเฉพาะการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการจัดการกับความกลัวมากกว่าการใช้ยา สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่โต้เถียงกับผู้ป่วยว่าพวกเขาไม่ได้ป่วยทางกาย แต่ควรแนะนำกลยุทธ์ในการตอบสนองต่อความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขาสามารถหลุดพ้นจากวงจรแห่งความกลัวบนโลกดิจิทัลนี้ได้
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Generated by Gemini



