รัฐบาล “เศรษฐา1” ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปรัฐนาวา ได้เวลานำนโยบายต่างๆ ไปปฎิบัติเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า

โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ถือเป็นหนึ่งในกระทรวงฯสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ เรื่อง “เทคโนโลยีดิจิทัล” ที่ถือเป็นฟันเฟือง  ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ

ซึ่งทาง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ก็ได้เปิดนโยบายของ กระทรวงดีอีเอส อย่างเป็นทางการ กับสื่อมวลชนในวันครบรอบก่อตั้งกระทรวงฯปีที่ 7ดยจะเดินหน้านโยบายเพื่อช่วยสนับสนุนรัฐบาลในการเดินหน้าพัฒนาประเทศ ไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้!?!

“ดีอีเอสจะเร่งรัดการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และสนับสนุน ภาคธุรกิจ ที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ เกิดการผลิตสินค้าที่มากขึ้น นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ   โดยนำดิจิทัล เข้ามาสนับสนุนในการประกอบอาชีพขณะเดียวกันจะเร่งต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานให้มีความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ รวมถึงสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจน ประชาชนทุกคนจะต้องรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย”

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

เครื่องยนต์ดันเศรษฐกิจตัวที่ 5

 ปัจจุบันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จะอาศัยเครื่องยนต์ 4 ตัวหลัก คือ การลงทุน การบริโภค การท่องเที่ยว  และการส่งออก แต่ดีอีเอส จะใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นเครื่องยนต์ที่ 5 ในการช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมส่งเสริม และสนับสนุน ให้ประชาชนมีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมดิจิทัล อย่างมั่นคงและปลอดภัย รวมถึงการวางรากฐานอนาคตให้กับคนไทยทุกคน

 ซึ่งได้วางกรอบนโยบายที่โฟกัส 3 ด้านสำคัญคือ 1.การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้ เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ 2.การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ 3.การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลของ ประเทศในระยะถัดไปวา

วางสารพัดโครงการหลัก

“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ขยายความเรื่องการสร้างขีดความสามารถแข่งขันด้านดิจิทัลนั้น ต้องดำเนินการในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สร้างความร่วมมือ ด้านการค้าการลงทุนผ่านโครงข่ายการสื่อสารระหว่างประเทศสู่ระดับนานาชาติ

 นอกจากนี้ต้องสร้างบทบาทในการดันไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำผ่านกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค การขยายโอกาสผ่านเส้นทาง One-belt และ China Plus One เร่งรัดและแก้ไขปัญหาที่เกิด จากการค้าออนไลน์และ อี-คอมเมิร์ซ

พร้อมต้องเร่งการใช้งานของ National Digital ID หรือระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนของผู้รับบริการภาครัฐ และเอกชนผ่านระบบออนไลน์ ทำแผนแม่บทการส่งเสริมการพัฒนา AI  หรือปัญญาประดิษฐ์ และเพิ่มขีดความ สามารถทางการแข่งขันของ ดิจิทัล  สตาร์ทอัพ และตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนา Digital Startup Go Global ยกระดับศักยภาพการสร้างรายได้ของเกษตรกร และ สนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

ขณะเดียวกันจะมีการส่งเสริมการลงทุนจัดตั้งธุรกิจ OTT Platform ในประเทศไทย ได้ อีกทั้งพัฒนา National Platforms เพื่อเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ภาพ pixabay.com

ร่วมพัฒนาบล็อกเชน

สำหรับในการทำงานของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบล็อกเชน แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท นั้น ทาง รมว.ดีอีเอส บอกว่าทาง กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ ซึ่งได้ส่งนายสุทธิเกียรติ วีระกิจพาณิช ที่ปรึกษา รมว.ดีอีเอส เป็นตัวแทนในการประสานงานร่วมกัน

“รัฐบาลต้องการสร้างบล็อกเชนเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และหวังว่าจะมีการ ใช้งานอย่างแพร่หลายเหมือนเมืองดูไบ และประเทศเอสโตรเนีย ซึ่งในประเทศไทยมีบริษัทที่สามารถ สร้างบล็อกเชนได้อยู่ประมาณ 2-3 ราย ยังไม่รวมภาครัฐที่มั่นใจว่ามีคนเก่งอยู่ เช่นกัน ที่จะพัฒนาเรื่องนี้ได้”

รมว.ดีอีเอส ยังบอกถึงการพัฒนาดิจิทัลในระดับท้องถิ่นว่า จะให้ สถิติจังหวัด ทำหน้าที่ ดิจิทัลจังหวัดอีกตำแหน่ง เพื่อช่วยนำเรื่องดิจิทัลลงสู่ท้องถิ่น ทั้งในเรื่องการใช้งาน การเพิ่มทักษะ และป้องกันภัยไซเบอร์ นอกจากนี้จะยกระดับให้มีดิจิทัลอำเภอ โดยยกระดับจากอาสาสมัครดิจิทัลที่มีอยู่ 400 คน จากที่ประเทศไทยมี 700 อำเภอ ซึ่งจะมีการทำแผนงานและศึกษาเรื่องงบประมาณและการเพิ่มกำลังต่อไป

ในเรื่องการเกษตร จะมีการนำโดรน เข้ามาช่วยกับโครงการ “ชุมชนดิจิทัลโดรนใจ” ใช้โดรนช่วย ในการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ตั้งเป้า 500 ชุมชน จำนวน 4 ล้านไร่ ทั่งประเทศ

ภาพ pixabay.com

พัฒนาระบบการเรียน

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มกำลังคนดิจิทัลในสาขาขาดแคลน โดยการพัฒนาระบบการศึกษาด้านดิจิทัลรูปแบบเปิด (Open Digital University) มุ่งพัฒนาระบบการเรียนบนโลกดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลกผ่านระบบ 5G พร้อมดึงดูดกำลังคนในสาขาที่ขาดแคลนยิ่งยวด โดยให้มี Global Digital Talent Visa สำหรับเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัย Top 600 ระดับโลก มีโอกาสได้มาท่องเที่ยวและทำงานกับบริษัทไทย ที่มีความตกลงได้โดยสะดวก เพื่อประโยชน์ในการเติมเต็มกำลังคนของประเทศ

สุดท้าย จะสร้างโอกาสด้านดิจิทัลให้คนกลุ่มเปราะบาง ผ่านแผนงาน Digital for ALL หรือการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัยและผู้พิการ เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิต มีงานทำ และมีรายได้

โดยนโยบายต่างๆดังกล่าวจะต้องเห็นผลและมีความคืบหน้าของโครงการต่างๆภายในหนึ่งปี!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์