ศึกจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “ควีนส์สิริกิติ์” ประจำปี 2566 สนามที่ 5 สนามสุดท้าย ที่สนามเวลโลโดรม ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ในวันสุดท้าย มีชิงชัยทั้งหมด 28 เหรียญทอง สรุปผลคะแนนรวมนักกีฬาที่ได้แชมป์ประเทศไทย ได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ควีนส์สิริกิติ์” ประจำปี 2566 ในแต่ละรุ่นดังนี้ รุ่นประชาชนชาย ระยะสั้น ยืนยง เพชรรัตน์ ได้ 292 คะแนน, รุ่นประชาชนชาย ระยะกลาง เจษฎา จันทร์เหลือง ได้ 282 คะแนน, รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย ธนายุต พาหวล ได้ 361 คะแนน, รุ่นประชาชนหญิง ณัฐภรณ์ อภิโมทย์ ได้ 400 คะแนน, รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง พลอยปภัส ศรีใสไพ ได้ 312 คะแนน
รุ่นเยาวชนชาย ระยะสั้น นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา ได้ 342 คะแนน, รุ่นเยาวชนชาย ระยะกลาง ณัฐกฤต แก้วน้อย ได้ 400 คะแนน, รุ่นเยาวชนหญิง อภิสรา ศรีมงคล ได้ 695 คะแนน, รุ่นยุวชนชาย นายจีรทีปต์ เกิดสมจิตต์ ได้ 418 คะแนน, รุ่นเยาวชนหญิง พลอยอันดา สร่างไธสง ได้ 444 คะแนน, รุ่นมาสเตอร์ อายุ 35-44 ปีชาย วรเทพ เลี่ยมแจ่ม ได้ 204 คะแนน, รุ่นมาสเตอร์ อายุ 45 ปีขึ้นไปชาย ณัฐพล คุ้มใหญ่โต ได้ 226 คะแนน

ส่วนรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประเภทลู่ ประจำปี 2566 ได้รับถ้วยเกียรติยศ ปรีดา จุลละมณฑล ปรากฏว่า นักกีฬายอดเยี่ยมฝ่ายชาย มี 2 คน ได้แก่ นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา กับ ณัฐกฤต แก้วน้อย, นักกีฬายอดเยี่ยมฝ่ายหญิง ได้แก่ อภิสรา ศรีมงคล ขณะที่ ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้รับถ้วยเกียรติยศ เสรี ไตรรัตน์ ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมฝ่ายชาย ได้แก่ นายพงษ์เทพ ท่าพิมาย (โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร) และ ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง ได้แก่ นายอภินันท์ ประเสริฐแสง (โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร)
“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (เอซีเอฟ) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ในแต่ละปีสมาคมฯ ได้ดำเนินการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยฯ ประเภทถนน, เสือภูเขา, ลู่ และบีเอ็มเอ็กซ์ ประเภทละ 5 สนาม ซึ่งประเภทถนน กับเสือภูเขา แข่งครบทั้ง 5 สนามแล้ว และประเภทลู่สนามนี้ก็เป็นสนามสุดท้าย ส่วนประเภทบีเอ็มเอ็กซ์จะแข่งขันสนามสุดท้ายในวันที่ 23-24 กันยายน ที่สนามสวนกีฬากมล เขตหนองจอก และเมื่อจบฤดูกาลแล้วสมาคมกีฬาจักรยานฯ จะพิจารณาคัดเลือกนักกีฬาที่เป็นแชมป์ประเทศไทยแต่ละประเภทเอาไว้ก่อน จากนั้นฝ่ายเทคนิคก็จะมากลั่นกรองคัดเลือกนักกีฬาเพื่อมาติดเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยใ นแต่ละประเภท โดยขั้นตอนแรกจะสอบถามความสมัครใจของนักกีฬาเสียก่อนว่าพร้อมที่จะมาเป็นทีมชาติหรือไม่

จากนั้น สมาคมฯ จะมีหนังสือแจ้งไปยังสโมสรต้นสังกัดของแต่ละคนว่าจะเชิญนักกีฬาเหล่านี้มาติดทีมชาติ ทางสโมสรยินดีให้นักกีฬามาหรือไม่ หากยินดีก็ให้ทำหนังสือตอบกลับมา จากนั้นสมาคมฯ ก็จะประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการแล้วให้นักกีฬามารายงานตัวตามระยะเวลาที่กำหนด หากนักกีฬาคนใดไม่มารายงานตัวก็ถือว่าสละสิทธิ์ สมาคมฯ จะพิจารณาคนอื่น ๆ มาทดแทน เมื่อดำเนินการครบกระบวนการดังกล่าวแล้วก็จะถึงขั้นตอนของการเข้าแคมป์เก็บตัว นักกีฬาทุกคนจะต้องมีระเบียบวินัย ขยันหมั่นเพียร ฝึกซ้อมตามแผนที่สตาฟฟ์โค้ชกำหนดไว้ ซึ่งในระหว่างการเข้าแค้มป์เก็บตัว สมาคมฯ จะคัดตัวนักกีฬาเอาไว้เกินโควตา เช่น ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพในปี 2568 จะพิจารณาว่านักกีฬาแต่ละประเภทสามารถส่งเข้าแข่งขันได้กี่คน ตามที่รัฐบาลกำหนด แต่สมาคมฯ จะคัดเลือกนักกีฬามาเป็นตัวสำรองอย่างน้อยประเภทละ 2-3 คน.



