หากพูดถึงคาเฟ่ที่มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยนั้น ถือว่ายังมีไม่มากนัก แต่ที่ไอน้ำคาเฟ่แอนด์บาร์ ที่หมู่ 7 ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวาจ.สมุทรสงคราม เป็นคาเฟ่แห่งแรกใน จ.สมุทรสงคราม ที่นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เกือบ 100%  

คุณพสิน เผ่าพงษ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านไอน้ำคาเฟ่แอนด์บาร์ กล่าวว่า คาเฟ่มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษเพิ่งเปิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 Concept ของร้านไอน้ำคาเฟ่แอนด์บาร์นั้นเกิดจากบริษัทสร้างสรรค์ปัญญาจำกัด ซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานวิจัยด้านน้ำ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพมีแนวคิดที่จะสร้าง Green café คาเฟ่พลังงานสะอาดแห่งแรกใน จ.สมุทรสงคราม เพื่อนำร่องการประกอบกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใส่ใจสนับสนุนชุมชน โดยเน้นเป้าหมายกลุ่มครอบครัวเพื่อเป็นพื้นที่ให้มาทานอาหารและใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน มีเครื่องดื่มที่มีคุณภาพบริการ โดยอุดหนุนวัตถุดิบจากผลิตภัณฑ์ในชุมชนเพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชน รวมทั้งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและนักเรียนในพื้นที่ 

ชื่อไอน้ำคาเฟ่แอนด์บาร์( I-Nam Cafe&Barr) คุณพสิน บอกว่าเป็นคำย่อมาจากคำว่า ไอ หมายถึงตัวฉันน้ำ หมายถึงเมืองสามน้ำเนื่องจาก จ.สมุทรสงครามมี 3 น้ำคือน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ส่วนคำว่าแอนด์บาร์นั้นย่อมาจาก 4 ตัวอักษรคือ บี Bar คือเคานเตอร์บาร์ในคาเฟ่ที่สื่อถึงการผลิตเครื่องดื่มที่มีคุณภาพจากวัตถุดิบในชุมชน A คือ Activity กิจกรรมชุมชน CSR แบบ Family Group เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้พบปะสังสรรค์ ส่วน  R 2 ตัวนั้น R แรกคือ Research หมายถึงงานวิจัยที่เป็นงานหลักของบริษัทผู้ก่อตั้ง และ R สุดท้ายคือ Restaurant คือร้านอาหาร 

คุณพสิน บอกด้วยว่า ไอน้ำคาเฟ่แอนด์บาร์เป็น Green café คาเฟ่พลังงานสะอาดแห่งแรกและแห่งเดียวใน จ.สมุทรสงคราม โดยทั้งร้านใช้พลังงานจากการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ให้พลังงาน 10 กิโลวัตต์ มูลค่ากว่า 8 แสนบาท เป็นระบบไฮบริดสลับกับไฟฟ้า โดยช่วงกลางวันจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% ส่วนกลางคืนตัดมาใช้พลังงานไฟฟ้า และการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์นี้ทำให้ร้านประหยัดค่าไฟฟ้าได้เดือนละกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้พลังงานแสงอาทิตย์ยังใช้ได้กับทุกส่วนของคาเฟ่ เช่นเครื่องทำกาแฟ เครื่องทำความเย็น เครื่องปั่นและระบบไฟฟ้าส่องสว่าง แต่ที่เป็นจุดเด่นคือน้ำตกที่ใช้พลังงานโซล่าเซลล์ รวมทั้งช่วงบ่ายจะมีเครื่องทำไอน้ำที่ใช้พลังงานโซล่าเซลล์ปล่อยไอน้ำออกมาคลายความร้อนในสวนเป็นเอกลักษณ์ตามชื่อร้านและเป็นไฮไลท์ที่สายคาเฟ่ไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปหมอกควันจากไอน้ำสวยๆ

นอกจากนี้ในส่วนของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารทางร้านก็ใส่ใจเลือกใช้พลาสติกที่ย่อยสลายง่ายชนิดพิเศษต่างจากพลาสติกทั่วไปที่กว่าจะย่อยสลายต้องใช้เวลาเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ทางร้านใช้นวัตกรรมพลาสติกที่ย่อยสลายได้รวดเร็ว คือไม่ถึง 1 ปีเป็นภาชนะใส่อาหารที่มีใบรับรองไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 100% อีกทั้งยังมีบ่อบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน และมีการปลูกผักออแกนิค ผักสลัดอินทรีย์ และผักปลอดสารที่ไม่ใช้สารเคมีโดยนำมาเป็นวัตถุดิบในเมนูของทางร้านด้วย ซึ่งคอนเซ็ปต์ของร้านต้องใช้วัตถุที่สดใหม่ ไม่ใช้ของฟรีซหรือแช่แข็ง สะอาด ปลอดภัย และต้องมาจากแหล่งผลิตคุณภาพดีในท้องถิ่นแต่ขายในราคาไม่แพง

สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ทางร้านสนับสนุนเป็นมะพร้าวน้ำหอม น้ำตาลมะพร้าวและน้ำจากช่อดอกมะพร้าว 100% เพื่อนำมาทำเป็นเมนูที่เป็น signature ของทางร้านและใช้วัตถุดิบจากผลิตภัณฑ์ชุมชนนำมาสร้างนวัตกรรมยกระดับมาตรฐานให้เป็นเครื่องดื่มฟิวชั่นที่มุ่งหวังจะยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนในต.ปลายโพงพาง เช่น เมนูเครื่องดื่มที่มีชื่อว่าเลอค่าอัมพวา คิดค้นโดยบาริสต้าที่เรียนมาทางด้านนี้โดยเฉพาะและใช้เวลาคิดค้นนานกว่าจะได้เครื่องดื่มที่เป็นเมนู unique ของทางร้าน โดยใน 1 แก้วประกอบด้วย 4 layer คือ layer ที่ 1 คือเกล็ดน้ำตาลมะพร้าวแท้ 100% ซึ่งให้ Texture กรุบกรอบ หวานมัน มีกลิ่นหอมหวาน layer ที่ 2 เป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% ที่มาจากชุมชน ต.ปลายโพงพาง layer ที่ 3 กาแฟสูตรเข้มข้นของทางร้านที่มีชื่อว่า “ไอน้ำเบลน” เป็นส่วนผสมของกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์บราซิล โดยสายพันธุ์ไทยจะมีส่วนผสมระหว่างช็อคโก้กับคาราเมล ส่วนสายพันธุ์บราซิลจะเป็นนัตตี้ให้ Texture แบบถั่วซึ่งเมื่อนำมาผสมรวมกับน้ำผลไม้หรือกาแฟจะมีความลงตัวเป็นอย่างมาก และ layer ที่ 4 คือเนื้อมะพร้าวน้ำหอมแท้ในชอตกาแฟฟองนม โรยเกล็ดน้ำตาลมะพร้าวอีกครั้งแล้วเบิร์นหรือพ่นไฟเพื่อให้ตัวน้ำตาลเกล็ดมีกลิ่นหอมและเป็นแผ่นให้  Texture กรอบ หวาน หอม มัน สำหรับความพิเศษของเมนูนี้คือใน 1 แก้ว สามารถทานได้ 2 เมนูคือกาแฟผสมน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ ด้วยการจุ่มหลอดลงไปที่ชั้นล่างสุดและดื่มตั้งแต่ layer ล่างขึ้นมา แบบที่  2 คือกาแฟผสมน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ผสมนมคือการคนทั้งแก้วแล้วดื่มทีเดียว เรียกได้ว่าใน 1 แก้วสามารถทานได้ถึง 2 เมนู

คุณพสิน บอกอีกว่า ยังมีเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากชาวสวนในท้องถิ่นอีกหลายเมนูเช่น ชาไทยน้ำมะพร้าวน้ำหอม ช๊อคบานาน่าโคโค่ส่วนผสมกล้วยหอม ช็อคโกแลต และมะพร้าวน้ำหอม และน้ำดอกช่อมะพร้าวนมสด ส่วนผสมน้ำตาลมะพร้าวแท้ 100% ชนิดเกล็ดกับน้ำมะพร้าวน้ำหอมและนมสด ส่วนราคาเครื่องดื่มนั้นก็เป็นราคาที่เน้นให้เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย เริ่มต้นที่ 99 บาท คาเฟ่เปิดทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00 น ถึง 19:00 น.ยกเว้นหยุดวันจันทร์ หากท่านใดมาไม่ถูกปักหมุด GPS มายังไอน้ำคาเฟ่แอนด์บาร์ ก่อนถึงสะพานข้ามคลองวัดโคกเกตุบุญญสิริ หรือสอบถามได้ที่โทรศัพท์098-0714467