จากกรณีลักลอบตัดไม้พะยูง ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้กาฬสินธุ์ ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 66 ซึ่งต่อมาไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน มูลค่า 1 ล้านบาท กลับหายไปจากเทศบาลตำบลตื้อ อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ตัดไม้พะยูงที่โรงเรียนหลายแห่ง รวม 51 ต้น รวมถึงการลักลอบเข้าไปตัดไม้ในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ ส.ป.ก. ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น ซึ่งห้วงเวลาผ่านมาเกือบ 2 เดือน โดยทาง ผวจ.กาฬสินธุ์ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจ ตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการตัดไม้พะยูงในโรงเรียน เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงว่าไม้ทั้งหมดถูกขายไปได้อย่างไร โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเมื่อตัดไม้แล้วประเมินของกลางมีมูลค่านับล้านบาท แต่พอเอาไปขายกลับขายได้เพียงแสนกว่าบาท จึงเชื่อว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานราชการรู้เห็นเป็นใจอย่างแน่นอน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายอดิศร คงสมกัน หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฐานะได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมเป็นคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการตัดไม้พะยูงในโรงเรียน เพื่อทำการวัดปริมาตรไม้ ตามมาตรฐานกรมป่าไม้ โดยได้ร่วมกับนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยที่ผ่านมาได้ทำการวัดปริมาตรไม้ที่โรงเรียนคำไฮวิทยา โรงเรียนหนองโนวิทยา และโรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ ซึ่งทราบว่าราคาที่ทางโรงเรียน โดยสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 และธนารักษ์ จำหน่ายให้กับพ่อค้านั้น แตกต่างและต่ำไปจากราคาประเมินของกรมป่าไม้มาก
“อย่างเช่น ที่โรงเรียนคำไฮวิทยา ไม้พะยูงจำนวน 22 ต้นกับอีก 2 ตอ ราคาขายในใบเสร็จรับเงิน 153,000 บาท แต่ราคาประเมินของไม้ท่อนหวงห้ามของกรมป่าไม้ 4,500,000 บาท ขณะที่โรงเรียนหนองโนวิทยาคม ไม้พะยูงจำนวน 9 ต้น ราคาขายในใบเสร็จรับเงินจำนวน 104,000 บาท ขณะที่ราคาประเมินของไม้ท่อนหวงห้ามของกรมป่าไม้ เป็นเงิน 1,512,750 บาท และที่โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ ไม้พะยูง 3 ต้น ขนาดสูงใหญ่ ราคา 30,000 บาท ขณะที่ราคาประเมินของไม้ท่อนหวงห้ามของกรมป่าไม้ เป็นเงิน 2,232,000 บาท ทั้งนี้ ได้นำผลจากการวัดปริมาตรไม้แต่ละโรงเรียน รวบรวมส่งให้ทางจังหวัดดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาว่ามีราคาสูง-ต่ำ แตกต่างกันเพราะสาเหตุใด ส่วนต่างหายไปไหน มีใครเกี่ยวข้องอะไรบ้าง ยังไง ทั้งนี้ เพื่อให้คณะทำงานเชิงลึก ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายอดิศร กล่าว

ด้านนายนิยม กิตติวงศ์ตระกูล ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการตัดไม้พะยูงในโรงเรียน กล่าวว่า ปัญหานี้เริ่มจากตัดไม้พะยูงที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 66 จากนั้นทราบว่ามีการขนย้ายท่อนไม้พะยูงมาเก็บรักษาที่บริเวณหน้าเสาธง เทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 66 โดยทุกคืนจะมีผู้นำชุมชนอยู่เวรเฝ้า ก่อนที่ต่อมาในตอนเย็นของวันที่ 5 ส.ค. 66 ไม้พะยูงหายไป ต่อมามีการแจ้งความและตรวจสอบตามไทม์ไลน์ ทั้งนี้ ตนและชุดเฉพาะกิจฯ ได้ลงพื้นที่สอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และพยานหลายปาก ประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง พื้นที่เกิดเหตุ จากนั้นนำมาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง ได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 8 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 3 ราย ผู้บริหารท้องถิ่นและผู้นำชุมชนอีก 5 ราย ทั้งนี้ส่งสำนวนต่อ ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา

“…การทำงานของชุดเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาตัดไม้พะยูงในโรงเรียน โดยการอำนวยการของนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ และนายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐาน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงสามารถสรุปรายงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่สำหรับกรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียนหลายแห่ง พบพยานหลักฐาน ทั้งเอกสาร และพยานบุคคลยืนยันค่อนข้างชัดเจน ว่ากลุ่มที่เข้ามาทำการค้ากับไม้พะยูงโรงเรียนมีใครเป็นใครบ้าง แต่ถึงปัจจุบันกว่าสองเดือน ก็ยังไม่มีการรายงานผลความคืบหน้าจากองค์กรอิสระ ซึ่งก็ควรจะมีข้อมูลหรือการเคลื่อนไหวให้ทราบบ้าง และยังพบว่าจำเลยสังคมก็คือธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ก็ปฏิเสธมาโดยตลอด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ว่ามีการใส่เกียร์ว่างหรือเปล่า…” นายนิยม กล่าว

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ป.ป.ช.ประจำ จ.กาฬสินธุ์ จะได้มีการแถลงข่าวในรอบเดือนที่ผ่านมาในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ย. 66) โดยมีการส่งหนังสือเชิญสื่อทุกสาขาร่วมงาน จึงเป็นที่แน่ชัดว่าสื่อมวลชนในจ.กาฬสินธุ์ และประชาชนให้ความสนใจ ที่จะได้รับฟังความคืบหน้าการพิจารณาคดีไม้พะยูงที่เกิดขึ้นใน จ.กาฬสินธุ์ 2 คดี คือ (1) กรณีไม้พะยูงของกลางหายที่เทศบาลตำบลอิตื้อ คดีนี้มีข้าราชการเกี่ยวข้อง 8 ราย และ (2) กรณีที่ข่าวเกาะติดรายวัน เกี่ยวกับการตัดไม้พะยูงตามโรงเรียนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ไปประมูลขาย โดยมีเจ้าหน้าที่ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 และผู้อำนวยการโรงเรียน มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นขัดต่อคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด และคำสั่งของกรมธนารักษ์ ตาม ว20 ซึ่งคาดว่า ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ จะแถลงความคืบหน้าบ้าง เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคมที่รอคอยคำตอบอยู่

ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรฯ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการลักลอบตัดไม้พะยูงในโรงเรียน วัด หรือสถานที่ราชการ จะเน้นย้ำสั่งการให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ดูแลอย่างเข้มงวด รวมทั้งภารกิจทางด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ และดูแลงานด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อย่างเต็มที่ต่อไป .



