เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 ก.ย. กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม “Bangkok Car Free Day 2023” ภายใต้แนวคิดอุปสรรค โอกาส อนาคต สร้างความร่วมจากทุกภาคส่วน รณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นำทีมคณะผู้บริหาร กทม. ผู้อำนวยการเขต และภาคีเครือข่าย ใช้รถขนส่งสาธารณะมาทำงาน ซึ่งนายชัชชาติเดินจากบ้านในซอยทองหล่อ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า MRT จากสถานีอโศกถึงสถานีสามยอด และเดินเท้าต่อจนถึงศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า

นายชัชชาติ กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นการรณรงค์ลดใช้รถยนต์ส่วนตัว ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง แก้ปัญหาการจราจรโดยการใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น เราพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขนส่งสาธารณะ แต่อยู่ที่การเดินทางกิโลเมตรสุดท้ายที่มีปัญหา เช่น ทางเท้าไม่ดี เดินลำบาก ประขาชนจึงไม่ค่อยอยากใช้รถขนส่งสาธารณะ หน้าที่ของ กทม. จึงต้องปรับปรุงการขนส่ง Last Mile ทำให้ไฟแสงสว่าง ทำทางเท้าให้ดี ดูเรื่องหาบเร่แผงลอย โดยปัญหาหลักที่พบจากการเดินทางวันนี้คือระยะเวลาในการเดินทาง หากต้องการทำงานเร็วก่อนเวลา 05.30 น. จะใช้บริการ BTS และ MRT ไม่ได้ เพราะยังไม่เปิดให้บริการ และยังต้องใช้บัตร 2 ใบ ซึ่งไม่สะดวก บางทีหาไม่เจอต้องซื้อบัตรก็เสียเวลา นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนที่ตกหนักเมื่อคืนนี้ด้วย

“ผมคิดว่าผู้บริหารต้องออกมาเดิน เพราะส่วนใหญ่ผู้บริหารจะมีรถประจำตำแหน่ง มันต้องไม่ใช่ Car Free Day ต้องเป็น Car Free Everyday เราจะพยายามทำให้บ่อยที่สุด”

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ถือว่าดี แต่เป็นห่วงผู้อาวุโส บางคนที่ไม่ค่อยได้เดินทาง แต่นี่คือการ “Walk the talk” อยากให้ประชาชนใช้ส่งสาธารณะ เราก็ต้องใช้เองด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนใช้แล้ว เราไม่ใช้ เราก็ไม่รู้ปัญหา ซึ่งเราจะรวบรวมปัญหาที่พบวันนี้มาแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย

สำหรับการเดินทางของผู้บริหาร กทม. ในวันนี้ อาทิ นายชัชชาติออกจากบ้านตั้งแต่ 05.00 น. เดินจากบ้าน เข้าซอยทองหล่อ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีทองหล่อมาที่สถานีอโศก เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า MRT จากสถานีอโศก ถึงสถานีสามยอด และเดินเท้าต่อจนถึงศาลาว่าการ กทม. ใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 60 บาท, นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. เริ่มออกจากบ้านตั้งแต่ 05.00 น. เดินจากบ้านพักมานั่งรถเมล์ถึงถนนราชดำเนิน และเดินเข้าถนนดินสอถึงศาลาว่าการ กทม. ประมาณ 05.45 น. ใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 20 บาท, นายวิศณุ ทรัพย์สมพล เดินออกจากบ้านพัก 06.30 น. นั่งสองแถวต่อด้วยนั่งเรือคลองแสนแสบมุ่งหน้าท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศเดินจากท่าเรือมุ่งหน้าถนนราชดำเนินเข้า ถนนดินสอ ถึงศาลาว่าการ กทม. ประมาณ 08.00 น. ใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 40 บาท

ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช เริ่มต้นที่ มอเตอร์ไซค์วิน (40 บาท) รถไฟฟ้าสายสีแดง (หลักสี่-กรุงเทพอภิวัฒน์) เที่ยว 06.26 น. (27 บาท) ต่อ MRT บางซื่อ > MRT สามยอด  (43 บาท) และเดินเท้าจาก MRT สามยอด ไปยัง ศาลาว่าการเสาชิงช้า รวมค่าใช้จ่าย 110 บาท   ส่วนรองผู้ว่าฯ ศานนท์ หวังสร้างบุญ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ใกล้  06.30 น. ปั่นจักรยานจากบ้านพักโดยใช้เส้นทางถนนราชดำเนิน ถนนดินสอ ถึงศาลาว่าการ กทม. ประมาณ 06.45 น. ด้วยใช้ค่าใช้จ่าย 0 บาท

เช่นเดียวกับทีมที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ ชัชชาติ นำโดยประธานที่ปรึกษาฯ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ซึ่งวันนี้มีภารกิจ ณ สวนหนองจอกวนารมย์ เขตหนองจอก ออกจากที่พัก เวลาโดยประมาณ 06.30 น. ด้วยรถเมล์ ต่อด้วย BTS, Airport link รถสองแถว และเดินเท้าไปยังสวนหนองจอกวนารมย์ ที่ปรึกษาฯ ท่านอื่นๆ รวมทั้งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. เลือกใช้บริการสาธารณะหลากหลายตามเส้นทาง มีทั้งรถเมล์ เรือ รถตุ๊กๆ ไฟฟ้า MRT และเดินเท้า 

ส่วนท่านทูตลักเซมเบิร์ก H.E. Mr. Patrick Hemmer ใช้วิธีเดินทางด้วยจักรยานจากที่พักมายังสถานทูต ใช้ระยะทางประมาณ 750 เมตรเริ่ม 08.00 น. ถึง 08.20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรม Bangkok Car Free Day 2023 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย. โดยวันที่ 23 กันยายน จะเป็นวันเห็น “โอกาส” เข้าใจปัญหาและมองเห็นโอกาสร่วมกันในการแก้ไข โดยอาสาสมัครร่วมกับผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง พร้อมลงข้อมูลเส้นทางที่จะปรับปรุงทั้ง 50 เขต ให้เดินได้ปั่นดี

และวันที่ 24 กันยายน วันแห่ง “อนาคต” ร่วมกันประกาศเป้าหมายสู่ Bangkok Car Free ในอนาคต ณ สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม เป็นทูตจาก 31 ประเทศ เดินทางมาโดย อาทิ เดิน จักรยาน รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง และพูดถึงนโยบายการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว.