สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่า การซ้อมรบทางทะเลร่วมกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ปิดฉากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังเริ่มเมื่อวันที่ 19 ก.ย. บริเวณทะเลใกล้กับเมืองบาตัม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะรีเยา บนหมู่เกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย โดยสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมครบทั้ง 10 ประเทศ และติมอร์-เลสเต ว่าที่สมาชิกใหม่ ซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์
การฝึกซ้อมรบดังกล่าว มีรหัสปฏิบัติการ “ASEAN Solidarity Exercise” หรือ ASEX 23 เสนอโดยอินโดนีเซียซึ่งทำหน้าที่ประธานอาเซียนปีนี้ พล.ร.อ.ยูโด มาร์โกโน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอินโดนีเซีย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการซ้อมรบ คือการเน้นย้ำ “ความสามัคคี” และ “ความเป็นกลาง” โดยการฝึกซ้อมมุ่งเน้นความปลอดภัยและการกู้ภัยทางทะเล เพื่อเพิ่มพูนความพร้อมของอาเซียน ในการเผชิญหน้าและรับมือกับ “สถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน”
ก่อนการซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้น เดิมทีมีรายงานเกี่ยวกับ “ความวิตกกังวล” ของสมาชิกอาเซียนบางประเทศ เนื่องจากการฝึกซ้อมเกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นน่านน้ำพิพาทยืดเยื้อ ระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และบรูไน
ขณะที่ผู้สันทัดกรณีมองในภาพรวมว่า แม้กองทัพของแต่ละประเทศในอาเซียนยังคงมีศักยภาพมากและน้อยแตกต่างกันไป อีกทั้งพึ่งพาอาวุธจากกลุ่มมหาอำนาจต่างขั้ว นั่นคือ “สหรัฐกับกลุ่มตะวันตก” และ “จีนกับรัสเซีย” อย่างไรก็ดี การซ้อมรบครั้งนี้ เป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดี สำหรับการขยายขอบเขตความร่วมมือที่เกี่ยวข้องในอนาคต.
เครดิตภาพ : AFP







