นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า เปิดเผยว่า แผนการทำงานปี 67 จะเน้นการขับเคลื่อนนโยบาย 4 ด้าน คือ 1. การสนับสนุนให้เกิดการใช้ ดิจิทัลไอดี อย่างแพร่หลาย 2.เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมาย 3.ขยายการใช้งานการประยุกต์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ อย่างมีจริยธรรม และ 4.สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม ผ่าน เอ็ตด้า แซนบอกซ์ เพิ่มประสิทธิภาพการ เปลี่ยนผ่านดิจิทัลสู่กลุ่มเอสเอ็มอี
สำหรับการใช้ ดิจิทัลไอดี นั้น จะส่งเสริมให้เกิดการขยายการใช้งานในหน่วยงานที่มีความพร้อม เพื่อให้บริการภาครัฐช่วยตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย พร้อมเร่งผลักดันให้เกิดไอดี โพวายเดอร์ หรือผู้ให้บริการด้านพิสูจน์ยืนยันตัวตนที่ได้มาตรฐานไม่น้อยกว่า 24 ราย โดยปัจจุบันคนไทยใช้งาน ดิจิทัล ไอดี เแล้ว 7,300,000 คน ผ่านแอปฯ ไทยดี 6,021,096 คน แอปฯ โมบายไอดีมากกว่า 85,000 คน และแอปฯ เป๋าตัง มากกว่า 1.2 ล้านคน
ขณะที่เรื่องดิจิทัล แพลตฟอร์ม เซอร์วิส จะทำให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองมากขึ้น ภายใต้กลไกของกฎหมาย ดีพีเอส ที่สนับสนุนให้ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการประกาศรายชื่อ แพลตฟอร์มที่มาแจ้งตามกฎหมายกับ เอ็ตด้าเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายชื่อแพลตฟอร์มนั้นๆ ได้ พร้อมการผลักดันให้เกิด กลไกการดูแลการให้บริการธุรกิจแพลตฟอร์มอย่างมีธรรมาภิบาล และร่างคู่มือการพิสูจน์ ตัวตนลูกค้าของบริการแพลตฟอร์ม
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ด้านเอไอ จะทำให้เกิดการใช้งานอย่างมีธรรมมาภิบาล พร้อมขายาการใช้งานไปยังกลุ่มต่างๆ เช่น การเงิน และภาครัฐ พร้อมให้คำปรึกษาในหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจ พร้อมจัดอบรมให้กับผู้บริหารจนถึง ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้การประยุกต์ใช้ เอไออย่างมีธรรมาภิบาลในองค์กร และสุดท้ายคือการมุ่งขยายผล การสนับสนุน ให้เกิด นวัตกรรมผ่าน เอ็ตด้า แซนบ็อกซ์ ผลต่อยอดจาก เอสเอ็มอี ในช่วงที่ผ่านมาไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ในระดับภูมิภาค พร้อมกับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลทั้งภาครัฐและเอกชน



