ข้อมูลจากแถลงการณ์ของหน่วยศุลกากรและกำกับดูแลภาษีทางอ้อมแห่งฝรั่งเศส ที่เผยแพร่ในวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า เมื่อเดือน พ.ค. 2566 หน่วยศุลกากรในเขตรวสซี-ออง-ฟรองซ์ ซึ่งอยู่แถบชานเมืองกรุงปารีส ได้ตรวจสอบกล่องพัสดุชิ้นหนึ่ง แล้วพบหัวกะโหลกของสัตว์ประเภทไพรเมต (วานร เช่น ลิงไม่มีหาง) จำนวน 7 ชิ้นด้วยกัน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ภายในระยะเวลาร่วม 7 เดือน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ซึ่งวางแผนตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์อย่างต่อเนื่อง และพบพัสดุที่บรรจุหัวกะโหลกของสัตว์เป็นจำนวนทั้งหมด 718 ชิ้น โดยส่วนใหญ่มีต้นทางมาจากประเทศแคเมอรูน และปลายทางการส่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ผู้รับบางส่วนเป็นนักสะสมกะโหลกสัตว์ หรือนำไปใช้เพื่อประดับตกแต่ง หรือมอบเป็นของขวัญแก่ผู้ที่ชื่นชอบการล่าสัตว์

ส่วนหนึ่งของพัสดุบรรจุหัวกะโหลกสัตว์ ที่ศุลกากรฝรั่งเศสตรวจสอบพบและยึดได้

ทางการฝรั่งเศสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบหัวกะโหลกของสัตว์ประเภทไพรเมตจำนวน 392 หัว ซึ่งสัตว์ประเภทนี้ เป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ่มครองภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส (CITES) ทั้งนี้ การจะส่งออกหรือนำเข้าสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองเหล่านี้ จะต้องได้รับการอนุญาตเฉพาะรายเท่านั้น 

จากการตรวจสอบของทางการฝรั่งเศส ก็ไม่พบใบอนุญาตดังกล่าว นอกจากนี้ พัสดุบางชิ้นยังบรรจุสิ่งอื่น ๆ มาด้วย เช่น ตัวอย่างเนื้อเยื่อ ชิ้นส่วนอวัยวะ เช่น แขน และหัว ของไพรเมต ซึ่งต้องนำไปทำลายทิ้งด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัย

เจ้าหน้าที่จากหน่วยศุลกากรฝรั่งเศสระบุว่า ธุรกิจการค้าสัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มาก ไม่แพ้การค้ายาเสพติด, อาวุธสงคราม และการค้ามนุษย์ 

สำหรับหัวกะโหลกอีก 326 ชิ้นที่เหลือนั้น เป็นหัวกะโหลกของสัตว์อื่น ๆ เช่น แมว, กิ้งก่า, นกสายพันธุ์นักล่า, นาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า มีการตรวจสอบและพบการส่งพัสดุกะโหลกสัตว์เหล่านี้ได้เกือบทุกวัน

สำหรับกะโหลกของไพรเมตและกะโหลกสัตว์ประเภทอื่น ที่ทางการยึดไว้เป็นของกลางในคราวนี้ จะถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติแห่งเอ็กซ์-ออง-โปรวองซ์ ต่อไป

เครดิตภาพ : AFP