นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวภายหลังการประชุมวางแผน การจัดงานรณรงค์ วันสงกรานต์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นำสู่ยูเนสโกและความร่วมมือจัดเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2566 ร่วมกับ นายอำเภอเชียงแสน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอและตำบลในพื้นที่ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ที่ที่ว่าการอำเภอเชียงแสน ว่า สวธ. นำเสนอประเพณีสงกรานต์ เข้าสู่การพิจารณาขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เพื่อขึ้นทะเบียนรายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ เป็นรายการที่ 4 ของประเทศไทย คาดว่าจจะมีการประกาศในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ จึงต้องมีการระดมความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมรองรับ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการจัดงานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.เชียงราย ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อก่อนปิดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย ในเดือน เม.ย. โดยจะช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมรณรงค์สืบสานประเพณีสงกรานต์ไทยให้มีความต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นำมาซึ่งการสร้างรายได้ สร้างเม็ดเงินในท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ

อธิบดี สวธ. กล่าวอีกว่า ในส่วนประเพณีลอยกระทง นั้น สวธ. จะนำเสนอต่อยูเนสโกในลำดับถัดไปประมาณเดือน มี.ค. 2567 จึงต้องหาแนวทางการร่วมมือกับชุมชน โดยจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมในจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญก่อน โดยส่วนกลาง กำหนดจัดขึ้นที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดอรุณราชวราราม และในส่วนภูมิภาค สวธ. เห็นศักยภาพของ จ.สุโขทัย เชียงใหม่ และ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จะเป็นอีกหมุดหมายที่จะขับเคลื่อนด้วยการสนับสนุน การจัดกิจกรรมลอยกระทง โดยใช้มิติวัฒนธรรมเชื่อมความสัมพันธ์ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา และจีน สนับสนุนการรักษาอัตลักษณ์ที่มีอยู่ สร้างการรับรู้ และภาพลักษณ์ที่ดีของประเพณีลอยกระทงไทยต่อชาวโลกทำให้สามารถต่อยอดยกระดับประเพณีไปสู่การสร้างรายได้เข้าพื้นที่เชียงแสนให้ได้ ทั้งนี้ในพื้นที่มีความยินดีที่จะร่วมมือกับ สวธ. พร้อมเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง 4 ประเทศ เพื่อให้การจัดประเพณีลอยกระทงให้มีอัตลักษณ์ตรงกัน ทั้งได้เสนอไฮไลต์ เป็นการจัดกระทงสายให้ล่องตามแม่น้ำโขง การประดับโคมไฟตลอดแนวแม่น้ำโขง ระยะ 4-5 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถลงลอยกระทงได้ตลอดริมฝั่งแม่น้ำ รวมทั้งให้มีการจัดข่วงวัฒนธรรม รื้อฟื้นการละเล่นโบราณ และการแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และนำเสนออาหารพื้นเมือง พร้อมให้ความรู้เพิ่มเติมไปด้วย อย่างไรก็ตาม สวธ. จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ไปพิจารณาเพื่อจัดทำโครงการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมในลำดับต่อไป