สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แถลงต่อสภาประชาชนสูงสุด ที่กรุงเปียงยาง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ว่านโยบายสร้างเสริมความแข็งแกร่งด้วยกองกำลังนิวเคลียร์ ถือเป็น “กฎหมายพื้นฐาน” ของเกาหลีเหนือ และไม่สามารถดูหมิ่นหรือหยามเหยียดได้ในทุกกรณี
ด้านที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีมติเอกฉันท์ เพิ่มเติมเนื้อหาดังกล่าว ลงในมาตรา 58 หมวด 4 ของรัฐธรรมนูญสังคมนิยม เพื่อเป็นหลักประกันให้กับความอยู่รอดและการพัฒนาประเทศ การป้องปรามสงคราม และการปกป้องสันติสุขทั้งในระดับภูมิภาค และระหว่างประเทศ
NEW: See our developing coverage of the two-day SPA session and Kim Jong Un's speech here: https://t.co/KABs17KWRj
— NK NEWS (@nknewsorg) September 27, 2023
ขณะเดียวกัน คิมประณามการที่สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ร่วมกันก่อตั้ง “พันธมิตรทางทหารไตรภาคี” จะเป็นต้นกำเนิดของสหภาพทางทหารในเอเชีย แบบเดียวกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และจะเป็นต้นเหตุของสงครามและความก้าวร้าว “ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด”

นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวถึง “กลุ่มที่ปรึกษานิวเคลียร์” ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น คือการเตรียมความพร้อมของทั้งสามประเทศ เพื่อใช้อาวุธนิวเคลียร์กับรัฐบาลเปียงยาง
อนึ่ง ในการประชุมสภาประชาชนสูงสุด เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือประกาศว่า สถานะการเป็นรัฐนิวเคลียร์ของประเทศนั้น “ไม่สามารถต่อรองและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”
รัฐบาลเปียงยาง “มีความชอบธรรม” ที่จะปฏิบัติการโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ “เพื่อปกป้องคุ้มครองตัวเองจากภัยคุกคาม” และเกาหลีเหนือจะไม่มีทางปลดและมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้กับหน่วยงานใด “แม้ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่องไปอีก 100 ปีก็ตาม”.
เครดิตภาพ : AFP



