สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แถลงต่อสภาประชาชนสูงสุด ที่กรุงเปียงยาง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ว่านโยบายสร้างเสริมความแข็งแกร่งด้วยกองกำลังนิวเคลียร์ ถือเป็น “กฎหมายพื้นฐาน” ของเกาหลีเหนือ และไม่สามารถดูหมิ่นหรือหยามเหยียดได้ในทุกกรณี


ด้านที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีมติเอกฉันท์ เพิ่มเติมเนื้อหาดังกล่าว ลงในมาตรา 58 หมวด 4 ของรัฐธรรมนูญสังคมนิยม เพื่อเป็นหลักประกันให้กับความอยู่รอดและการพัฒนาประเทศ การป้องปรามสงคราม และการปกป้องสันติสุขทั้งในระดับภูมิภาค และระหว่างประเทศ


ขณะเดียวกัน คิมประณามการที่สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ร่วมกันก่อตั้ง “พันธมิตรทางทหารไตรภาคี” จะเป็นต้นกำเนิดของสหภาพทางทหารในเอเชีย แบบเดียวกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และจะเป็นต้นเหตุของสงครามและความก้าวร้าว “ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด”

นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เป็นประธานการประชุมสภาประชาชนสูงสุด ที่กรุงเปียงยาง


นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวถึง “กลุ่มที่ปรึกษานิวเคลียร์” ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น คือการเตรียมความพร้อมของทั้งสามประเทศ เพื่อใช้อาวุธนิวเคลียร์กับรัฐบาลเปียงยาง


อนึ่ง ในการประชุมสภาประชาชนสูงสุด เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือประกาศว่า สถานะการเป็นรัฐนิวเคลียร์ของประเทศนั้น “ไม่สามารถต่อรองและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”

รัฐบาลเปียงยาง “มีความชอบธรรม” ที่จะปฏิบัติการโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ “เพื่อปกป้องคุ้มครองตัวเองจากภัยคุกคาม” และเกาหลีเหนือจะไม่มีทางปลดและมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้กับหน่วยงานใด “แม้ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่องไปอีก 100 ปีก็ตาม”.

เครดิตภาพ : AFP