เมื่อวันที่ 3 พ.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจด ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ โดยระบุว่า
หลายคนโฟกัสสุขภาพแค่ “ตอนกลางวัน” แต่จริง ๆ แล้วร่างกายเราจะฟ้องสัญญาณหลายอย่างตอนกลางคืน โดยเฉพาะช่วงที่ควรพัก แต่กลับมีอาการแปลก ๆ เช่น ใจสั่น เหงื่อออก นอนไม่หลับ หรือหนาวผิดปกติ อาการพวกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องนอน แต่บางครั้งเกี่ยวกับ “ฮอร์โมนไทรอยด์” ที่เริ่มผิดสมดุลโดยไม่รู้ตัว มาดูสัญญาณที่ควรสังเกตครับ
1. ใจสั่น เหนื่อยง่ายตอนนอน
นอนอยู่เฉย ๆ แต่รู้สึกหัวใจเต้นแรง หรือเต้นเร็วผิดปกติ เหมือนเพิ่งออกกำลังกาย ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร อาการนี้พบได้ในคนที่ไทรอยด์เป็นพิษ เพราะฮอร์โมนกระตุ้นหัวใจมากเกินไป และมักเป็นตอนกลางคืนที่ควรจะสงบ บางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่มร่วมด้วย ซึ่งทำให้นอนหลับยากและตื่นบ่อย
2. นอนไม่หลับ หลับ ๆ ตื่น ๆ
ทั้งที่เหนื่อย แต่กลับหลับยาก หรือตื่นบ่อยตอนกลางคืน เป็นสัญญาณว่าระบบประสาทยังถูกกระตุ้นอยู่ โดยเฉพาะในคนที่ไทรอยด์ทำงานเกิน จะรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ยอมพัก ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลงต่อเนื่อง และส่งผลให้สมองล้า อารมณ์แปรปรวน และประสิทธิภาพการทำงานลดลงในวันถัดไป
3. เหงื่อออกตอนกลางคืน ทั้งที่อากาศปกติ
บางคนตื่นมาแล้วเหงื่อชุ่มตัว ทั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์เย็นจัด อาการนี้เกิดจากระบบเผาผลาญที่สูงเกิน ทำให้ร่างกายสร้างความร้อนมากกว่าปกติ พบได้ในภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และอาจทำให้น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ รวมถึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เพราะสูญเสียพลังงานมากเกินไป
4. ขี้หนาวง่าย มือเท้าเย็นผิดปกติ
ในบางคนอาจเป็นตรงข้าม คือรู้สึกหนาวง่าย มือเท้าเย็น โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการนี้มักสัมพันธ์กับไทรอยด์ทำงานต่ำ ทำให้ระบบเผาผลาญช้าลง เลือดไหลเวียนไม่ดี และร่างกายสร้างความร้อนได้น้อยลง หากเป็นต่อเนื่อง อาจมีอาการผิวแห้ง น้ำหนักขึ้น หรือบวมร่วมด้วย
5. เพลียผิดปกติ แม้นอนครบ
ตื่นเช้ามาแล้วไม่สดชื่น รู้สึกหมดแรง ทั้งที่นอนพอ อาจเป็นสัญญาณของไทรอยด์ผิดปกติ โดยเฉพาะไทรอยด์ต่ำ ที่ทำให้ร่างกายใช้พลังงานช้าลง ส่งผลให้รู้สึกอ่อนล้าเรื้อรัง และบางคนอาจมีอาการซึม เบื่ออาหาร หรือไม่มีแรงทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม
ควรทำยังไงดี?
• ตรวจเลือดเช็กค่าไทรอยด์ (TSH, FT3, FT4)
• สังเกตอาการร่วม เช่น น้ำหนักเปลี่ยน ใจสั่น เหงื่อออก
• นอนให้เป็นเวลา ลดคาเฟอีนช่วงเย็น
• หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม
• พบแพทย์ถ้ามีอาการต่อเนื่อง
อาการผิดปกติที่เกิด “ตอนกลางคืน” ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของฮอร์โมนไทรอยด์ที่เริ่มเสียสมดุล หากปล่อยไว้นาน อาจกระทบหัวใจ น้ำหนัก และระบบเผาผลาญในระยะยาว การสังเกตอาการตัวเองและตรวจให้เร็ว จะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้นครับ



