สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ลงพื้นที่เกาะคอร์ซิกา ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมาครงแถลงต่อสภาของคอร์ซิกา ที่มีสถานะ “ประชาคมดินแดน” ของฝรั่งเศส ว่ารัฐบาลปารีสพร้อมจัดทำกลไก เพื่อทำให้คอร์ซิกามีสถานะ “ปกครองตนเอง” อย่างเต็มรูปแบบตามกฎหมาย แต่ยังคงเป็นดินแดนส่วนหนึ่ง
Pour ancrer pleinement la Corse dans la République et en reconnaître la singularité, inscrivons-la dans notre Constitution. pic.twitter.com/afxvFGxtXd
— Emmanuel Macron (@EmmanuelMacron) September 28, 2023
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับสถานะของคอร์ซิกาเป็นที่ถกเถียงในฝรั่งเศสอีกครั้ง เมื่อปีที่แล้ว หลังเกิดเหตุนายอีวาน โคลอนนา หนึ่งในนักเคลื่อนไหวที่ต่อสู้เพื่อการแบ่งแยกคอร์ซิกาตั้งแต่ปี 2541 และศาลพิพากษาให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกนักโทษอีกคนแทงเสียชีวิตในเรือนจำ จุดชนวนการจลาจลครั้งใหญ่

นอกจากสถานะของคอร์ซิกา ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งใน 18 แคว้นของฝรั่งเศส รัฐบาลปารีสยังคงมีเรื่องที่ต้องจัดการ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ นิวแคลิโดเนีย ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งลงประชามติครั้งล่าสุด เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ว่าต้องการเป็นดินแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยของฝรั่งเศสต่อไป อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิอยู่ที่เพียง 41.6%
ปัจจุบัน นิวแคลิโดเนียมีประชากรเกือบ 295,000 คน เคยจัดการลงประชามติเรื่องนี้มาแล้ว เมื่อปี 2561 และ 2563 ส่วนการลงประชามติเมื่อปี 2564 ถือเป็นครั้งสุดท้าย ตามเงื่อนไขของ “ข้อตกลงนูเมอา” เมื่อปี 2541 ว่าด้วยการกระจายอำนาจ และการจัดลงประชามติ ซึ่งเป็นผลจากความเห็นชอบร่วมกัน ระหว่างชาวพื้นเมืองคานัคซึ่งต้องการเอกราช กับชาวผิวขาวซึ่งยังคงต้องการอยู่กับฝรั่งเศส.
เครดิตภาพ : AFP



