สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่าสำนักงานยามฝั่งฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ ว่าเจ้าหน้าที่พร้อมรื้อถอน “สิ่งกีดขวาง” หากมีผู้นำมาติดตั้งบริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ในทะเลจีนใต้อีก


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของฟิลิปปินส์รื้อถอนสิ่งกีดขวาง ที่เป็นทุ่น ออกจากบริเวณเส้นทางเข้าสู่แนวสันดอนสการ์โบโรห์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยหน่วยยามฝั่งของรัฐบาลปักกิ่งเป็นผู้ติดตั้งทุ่นเหล่านั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับจีน


นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “เกาะหวงเหยียน” ในทะเลจีนใต้ เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลปักกิ่ง จีน “ขอแนะนำ” ฟิลิปปินส์ ว่า “ไม่ควรกวนน้ำให้ขุ่น” ต่อมา ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวว่า รัฐบาลมะนิลาไม่ได้ต้องการสร้างปัญหา แต่สิ่งที่ดำเนินการ มีความจำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และสิทธิของชาวประมง ซึ่งเข้าไปหาปลาในบริเวณนี้อย่างอิสระเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว


อนึ่ง เกาะหวงเหยียน เป็นชื่อที่จีนใช้เรียกแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ และปัจจุบันเป็นพื้นที่ตึงเครียด ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์


จีนยึดครองแนวสันดอนสการ์โบโรห์ เมื่อปี 2555 แล้วส่งเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าไปประจำการและลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง กระนั้น ดินแดนของจีนซึ่งอยู่ “ใกล้มากที่สุด” กับแนวสันดอนสการ์โบโรห์ คือมณฑลไห่หนาน หรือเกาะไหหลำ ตั้งอยู่ห่างออกไปราว 900 กิโลเมตร แต่เกาะลูซอนของฟิลิปปินส์อยู่ห่างจากแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ประมาณ 240 กิโลเมตรเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม เนื้อหาตอนหนึ่ง ตามที่ระบุอยู่ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ( อันคลอส ) ฉบับปี 2525 กล่าวว่า แต่ละประเทศบนโลกมีอำนาจอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอยู่ภายในอาณาเขตไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล หรือ 370 กิโลเมตร จากชายฝั่ง.

เครดิตภาพ : AFP