วันนี้ (3 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีสุดสะเทือนใจและจุดชนวนความโกรธแค้นไปทั่วโลกออนไลน์ของจีน หลังจากที่ “ฉู่โถว” สุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี วัย 8 ปี ซึ่งเป็นสุนัขที่โด่งดังและมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 1.5 ล้านคน ถูกคนแปลกหน้าลักพาตัวไปขายให้ร้านเนื้อสุนัขเพื่อชำแหละทำอาหาร ในระหว่างที่เจ้าของเดินทางไปต่างประเทศ 

เจ้าของของฉู่โถวคือนายกัว เป็นอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวจากมณฑลเหอหนาน เขาเล่าว่าตนเลี้ยงดูฉู่โถวมาตั้งแต่อายุ 3 เดือน โดยมันเป็นเพื่อนแท้ที่ร่วมเดินทางฝ่าแดดฝน ฝ่าทะเลทรายและภูเขาหิมะทั่วประเทศจีนมาด้วยกันหลายปี แต่ในระหว่างที่กัวกำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ที่ประเทศจอร์เจียเพียงลำพัง และฝากฉู่โถวไว้กับพ่อแม่ เมื่อไม่นานมานี้ กล้องวงจรปิดกลับจับภาพชายหญิงแปลกหน้า 2 คน ขี่จักรยานไฟฟ้าเข้ามาอุ้มฉู่โถวหายไปจากพื้นที่ไร่ของครอบครัวเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา

กัวรีบยกเลิกทริปและบินด่วนกลับประเทศจีนทันทีเพื่อตามหาสุนัขแสนรัก โดยเขาแกะรอยจนเจอตัวคนขโมยในวันที่ 26 พฤษภาคม และยอมเสนอเงินไถ่ตัวสูงถึง 10,000 หยวนหรือเกือบ 50,000 บาท แต่กลับได้ข่าวร้าย เมื่อโจรสารภาพว่า ได้ขายฉู่โถวให้ร้านอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสุนัขไปแล้วในราคาเพียง 180 หยวน (ประมาณ 870 บาท) และมัน “ถูกกิน” ไปเรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวระบุว่า ฝ่ายหัวขโมยไม่มีแม้แต่คำขอโทษ โดยกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “หมามันตายไปแล้ว จะโวยวายทำไม ฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายซะหน่อย” ขณะที่กัวพยายามไปเค้นถามคนเชือดสุนัขที่ร้านอาหารเพื่อขอเศษขนหรือร่างของฉู่โถวกลับมาทำพิธี แต่ได้รับคำตอบเพียงว่า “ขนของมันถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปนานแล้ว”

ภาพหัวขโมยทั้งสองจากกล้องวงจรปิด

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจแก่แฟนคลับอย่างมาก และนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี แต่กัวก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมาย เนื่องจาก ประเทศจีนยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์เลี้ยงเป็นการเฉพาะ ทำให้สัตว์เลี้ยงถูกตีค่าเป็นเพียง “ทรัพย์สินส่วนบุคคล” เท่านั้น

นายกัว เจ้าของฉู่โถว

ตู้เว่ย ทนายความจากสำนักงานกฎหมายซื่อชวน เวยซวี่ ระบุว่า ในทางกฎหมายอาญา การจะเอาผิดบุคคลในข้อหาลักทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อทรัพย์สินที่ถูกขโมยมีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า 2,000 หยวน (ประมาณ 9,700 บาท) ซึ่งหากศาลประเมินมูลค่าของฉู่โถวได้เกินเกณฑ์ โจรรายนี้อาจโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี แต่การเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจหรือมูลค่าเชิงพาณิชย์ในฐานะ “สุนัขเซเลบ” นั้นเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยากมากในชั้นศาล

เนื่องจากประเทศจีนถือว่าสัตว์เลี้ยงเป็นเพียง “ทรัพย์สิน” ตามกฎหมาย เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ก็มักจะสะสางและเยียวยากันผ่านกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับฉู่โถวได้จุดชนวนความโกรธแค้นเป็นวงกว้างบนโลกออนไลน์ และทำให้เกิดการถกเถียงกันอีกครั้งเกี่ยวกับธุรกิจการค้าเนื้อสุนัขในประเทศจีน

ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ฉันร้องไห้เลยตอนที่ดูคลิปเก่า ๆ ของฉู่โถว ชีวิตหนึ่งที่แสนรู้และมีชีวิตชีวาขนาดนั้น กลับต้องมาจบลงอย่างน่าสลดใจเช่นนี้ พวกที่ขโมย ฆ่า และกินเขา จะต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำ”

ปัจจุบัน แม้ว่าทางการจีนจะถอด “สุนัข” ออกจากบัญชีรายชื่อสัตว์เศรษฐกิจ/ปศุสัตว์มาตั้งแต่ปี 2563 และเมืองใหญ่บางเมือง เช่น เซินเจิ้น และจูไห่ จะสั่งห้ามบริโภคเนื้อสุนัขและแมวอย่างเด็ดขาดแล้วก็ตาม แต่ในหลายพื้นที่ของจีน การบริโภคเนื้อสุนัขยังคงถูกมองว่าเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตปกครองตนเองกวางซีที่ยังมีการจัด “เทศกาลเนื้อสุนัขยู่หลิน” ซึ่งกลายเป็นข้อพิพาทและถูกนานาชาติต่อต้านอย่างรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Douyin