เมื่อวันที่ 1 ต.ค.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ซึ่งในหลายพื้นที่มีแนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มสูงและรุนแรงขึ้น เช่น อำเภอเกาะคา ลำปาง, อำเภอพรานกระต่าย กำแพงเพชร, อำเภอเมือง เลย, อำเภอมหาชนะชัย ยโสธร และอาจจะขยายวงกว้างไปในหลายจังหวัดของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงขอให้ช่วยกันติดตามข่าวสารจากทางราชการ หากสถานศึกษาใดที่ประสบภัย ขอให้รายงานไปยังศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ทันที
“ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากเกิดน้ำท่วมขังหรือได้รับผลกระทบ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและรายงานมายังสำนักงานศึกษาธิการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น
ขณะเดียวกันขอให้สถานศึกษาในพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่ได้รับผลกระทบ จัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือสถานศึกษาและประชาชน เช่น ศูนย์ Fix it Center จิตอาสา (สอศ.) ในการขนย้ายสิ่งของ การตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ที่น้ำยังไม่ท่วมถึง การจัดเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาหารกล่อง น้ำดื่ม เพื่อร่วมกันบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้ผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเร่งด่วน
ในกรณีจังหวัดลำปาง ขณะนี้ รมว.ศธ.ได้สั่งการให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง เร่งสำรวจความเสียหายของอาคาร สถานที่ ครุภัณฑ์ สื่อการเรียนการสอน ของหน่วยงานและสถานศึกษาทุกสังกัด ศธ. (สพฐ. สอศ. สกร. สช.) โดยให้สถานศึกษารายงานข้อมูลมาที่ศูนย์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในสถานศึกษา สป. และศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. เพื่อจะได้ประมาณการในการเสนอของบประมาณซ่อมแซม และให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ต่อไป” โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว



