วานนี้ (4 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีหลอกลวงที่เหลือเชื่อ เมื่อหญิงวัยกลางคนรายหนึ่งเสแสร้งเป็นเด็กหญิงวัยรุ่น หลอกให้ครอบครัวผู้มีเมตตาเลี้ยงดูอยู่นานถึงปีเศษ 

คดีฉ้อโกงสุดแปลกนี้เกิดขึ้นที่ประเทศบราซิล เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมหญิงวัย 37 ปีรายหนึ่ง หลังจากญาติของเหยื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ และตัดสินใจแจ้งเบาะแสแก่ตำรวจ 

ก่อนหน้านี้ หญิงคนนี้ซึ่งยังไม่มีการยืนยันชื่อจริงของเธอ ได้ใช้ชื่อปลอมว่า “กาเบรียล” เข้าไปกุเรื่องกับโบสถ์ท้องถิ่นว่าเธอเป็นเด็กหญิงอายุ 12 ปีที่เพิ่งหนีตายจากการถูกทารุณกรรม โบสถ์จึงให้ความช่วยเหลือเธอ ต่อมาก็มีครอบครัวใจดีหลงเชื่อและรับเธอไปอุปการะ 

ตลอดเวลา 14 เดือนที่อาศัยอยู่กับครอบครัวที่รับเลี้ยงเธอ หญิงคนนี้ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อปกปิดอายุจริง ทั้งการอ้างว่าตนเองเป็นผู้ป่วยออทิสติกและเคยถูกบังคับให้ฉีดฮอร์โมนตอนเด็กจนทำให้ใบหน้าแก่กว่าวัย อีกทั้งยังดัดเสียงแหลมสูง แกล้งเกิดอาการตื่นตระหนก และต้องนอนดูดขวดนม คาบจุกนมปลอม รวมถึงมีผ้าห่มผืนโปรดติดตัวทุกคืนเพื่อเรียกร้องความสนใจและความสงสาร 

ครอบครัวที่รับเลี้ยงหญิงเจ้าเล่ห์เกิดความรักใคร่เด็กหญิงปลอมๆ ผู้นี้ถึงขั้นจัดงานวันเกิดครบ 12 ปีให้และเตรียมจะจดทะเบียนรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเป็นทางการ แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงและปฏิเสธการเข้าโรงเรียนโดยอ้างว่ากลัวพ่อแท้ๆ ตามหาตัวเจอ

หลังจากถูกตำรวจจับกุม หญิงรายนี้ได้ยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาฉ้อโกงและแสดงตัวตนปลอม ปัจจุบันเธอถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำภูมิภาคฌวนวีล รัฐซานตากาตารีนาของบราซิล

จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า หญิงรายนี้มีพฤติกรรมเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพและก่อเหตุมาแล้วหลายรัฐ โดยเมื่อปี 2566 เธอเคยใช้ชื่อปลอมอีกชื่อหนึ่งไปหลอกอดีตนักการเมืองท้องถิ่นและหัวหน้าโครงการช่วยเหลือสังคมในอีกรัฐหนึ่งว่าเธอเป็นเด็กหญิงที่ถูกจับไปเพื่อเป็นเหยื่อบูญายัญในพิธีซาตานและโดนทารุณกรรม 

ในการหลอกลวงคราวนั้น เธอลงทุนใช้เข็มเย็บผ้าแทงเข้าไปในร่างกายตัวเองถึง 100 เล่มเพื่อสร้างความสมจริงเมื่อต้องถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อยืนยัน ทำให้เธอได้อยู่ในบ้านเช่าพร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบฟรีๆ ก่อนจะถูกจับและได้รับการประกันตัวออกมา จากนั้นก็ย้ายไปรัฐอื่นเพื่อหาเหยื่อรายใหม่ 

ภาพของผู้ต้องสงสัยเมื่อโดนจับกุมเมื่อปีที่แล้ว

รายงานข่าวระบุว่า การที่เธอรอดพ้นคดีมาได้หลายครั้งและไม่มีบันทึกคำพิพากษาโทษขั้นเด็ดขาดเป็นเพราะเธอเปลี่ยนชื่อและย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ทำให้คดีความเก่าๆ ยังคงค้างอยู่ในระบบและยังไม่มีการตัดสินโทษอย่างเป็นทางการจนกระทั่งโดนจับกุมครั้งล่าสุดนี้

ที่มา : ladbible.com

เครดิตภาพ : YouTube / MILENIO