เมื่อวันที่ 3 ก.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย  เปิดเผยว่า ปัจจุบันการใช้บริการเดลิเวอรี่เติบโตอย่างรวดเร็ว คนจำนวนมากเลือกสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Line man หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ มากกว่าการเดินทางไปรับประทานที่ร้านเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีต่อเศรษฐกิจ ช่วยสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่สังคมควรตั้งคำถามคือ ใครเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานของร้านอาหารเหล่านี้ เพราะหลายร้านไม่มีหน้าร้าน ไม่มีพื้นที่ให้ลูกค้าเห็นกระบวนการผลิต เราจึงไม่สามารถทราบได้เลยว่าครัวสะอาดหรือไม่ วัตถุดิบได้มาตรฐานหรือเปล่า การเก็บอาหารถูกสุขลักษณะหรือไม่ หรือบางแห่งอาจประกอบอาหารในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ห้องน้ำ หรือพื้นที่ที่ไม่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของธุรกิจอาหาร แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน

นายธนกร กล่าวอีกว่า ต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เช่น ในสหราชอาณาจักรหรือในอังกฤษ ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกแห่งต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเปิดกิจการ และจะถูกตรวจสอบด้านสุขอนามัยโดยเจ้าหน้าที่ของ Food Standards Agency หรือ FSA อย่างสม่ำเสมอ โดยร้านอาหารจะได้รับคะแนนด้านสุขอนามัยตั้งแต่ 0 ถึง 5 ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจสั่งอาหารหรือเข้ารับประทาน หากตรวจพบปัญหาร้ายแรง เช่น การปนเปื้อน สภาพครัวสกปรก มีสัตว์พาหะอย่างหนูหรือแมลง หรือระบบจัดเก็บอาหารไม่ได้มาตรฐาน ร้านอาจถูกสั่งปิดชั่วคราว ถูกลดระดับคะแนน หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันทีในกรณีที่เสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน ดังนั้น ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลร้านอาหารออนไลน์มากขึ้น ไม่ใช่เพียงตอนขอเปิดกิจการ แต่รวมถึงการเข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องครัว วัตถุดิบ การจัดเก็บอาหาร และมาตรฐานสุขอนามัยด้วย

“การดูแลมาตรฐานด้านสุขอนามัย ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่ร้านอาหารออนไลน์เท่านั้น ร้านอาหารทั่วไป ร้านอาหารขนาดเล็ก ร้านอาหารริมทาง หรือร้านอาหารที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องความสะอาดของครัว คุณภาพวัตถุดิบ การจัดเก็บอาหาร และมาตรฐานด้านสุขอนามัย เพราะเรื่องอาหาร ไม่ใช่เพียงเรื่องของการค้า แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน หากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบตรวจสอบที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และต่อเนื่องได้ จะช่วยยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทยในระยะยาว ” นายธนกร กล่าว.