สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า สหภาพยุโรป (อียู) จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่กรุงเคียฟ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอียู ซึ่งมีการจัดการประชุมในประเทศที่อยู่ระหว่างสมัครเข้าเป็นสมาชิก และยังเป็นประเทศที่เผชิญกับภาวะสงคราม
EU Foreign Ministers met in Kyiv to discuss solidarity to Ukraine, including security & military issues, EU path, accountability & peace formula. "We sent a strong message of supprt to Ukraine" HR/VP @JosepBorrellF press remarks after the meeting.https://t.co/XyfHwZomsK pic.twitter.com/CtU6CUzaH8
— European External Action Service – EEAS ???????? (@eu_eeas) October 2, 2023
I met with @JosepBorrellF.
— Volodymyr Zelenskyy / Володимир Зеленський (@ZelenskyyUa) October 2, 2023
I appreciate the meeting of EU foreign ministers in Kyiv that proved unity in support for Ukraine.
Continued EU military aid for Ukraine is important, both immediate and long-term, as well as financial assistance and sanctions pressure on Russia. pic.twitter.com/ZKEffK4kWp
ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของอียูครั้งนี้ คือการบ่งชี้ “ปริมาณและคุณภาพ” ของพันธมิตร ในการมอบความสนับสนุนแก่ยูเครน พร้อมทั้งเรียกร้องอียูยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย และอิหร่าน ที่มอบความสนับสนุนด้านอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แบบติดอาวุธ ให้แก่รัฐบาลมอสโก

อนึ่ง นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 อียูคว่ำบาตรรัสเซียไปแล้ว 11 ครั้ง และทุ่มงบประมาณมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยไปกว่าสหรัฐ
Robert Fico's ‘Smer’ party has won Slovakia’s election with 22% of the vote – and is now poised to defy the EU narrative on Ukraine while focusing on country’s internal issues.
— RT (@RT_com) October 2, 2023
Follow us on Rumble: https://t.co/Nuc9nUzTc5 pic.twitter.com/m3uYSxXoxM
อย่างไรก็ตาม สโลวาเกียเพิ่งผ่านการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และพรรคฝ่ายซ้ายประชานิยมของอดีตนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก ชนะการเลือกตั้ง แล้วประกาศเตรียมเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศของสโลวาเกียครั้งใหญ่ ด้วยการยุติมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่ยูเครน แล้วหันไปฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย
นอกจากนี้ มีรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของฮังการี ลัตเวีย และโปแลนด์ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมที่กรุงเคียฟ โดยไม่มีการให้เหตุผลอย่างเป็นทางการ ด้านแหล่งข่าวฝ่ายยูเครนยืนยันว่า ผู้แทนระดับสูงของทั้งสามประเทศ “ป่วย”.
เครดิตภาพ : AFP



