สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเสียงข้างมาก 216 ต่อ 210 เสียง ขับนายเควิน แมคคาร์ธี พ้นจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐ ที่มีการปลดประธานสภาผู้แทนราษฎร พ้นจากตำแหน่ง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำความตึงเครียด และการขาดเสถียรภาพภายในพรรครีพับลิกัน นายแมตต์ เกตซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 รัฐฟลอริดา ของพรรครีพับลิกัน และเป็นหนึ่งในสมาชิกของปีกฝ่ายขวาจัดในพรรค ซึ่งมีข้อพิพาทยืดเยื้อกับแมคคาร์ธีมานาน กล่าวว่า ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวของแมคคาร์ธีเอง ซึ่งไม่สามารถรักษาและปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาได้ จนไม่มีสมาชิกพรรคคนใดสามารถมอบความไว้วางใจให้ได้อีกต่อไป


ด้านทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต เรียกร้องการเฟ้นหาประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครต แน่นอนว่าทั้ง 208 คน ออกเสียงสนับสนุนญัตติถอดถอนแมคคาร์ธีตามความคาดหมาย แม้เสนอโดยพรรครีพับลิกัน ร่วมด้วยเสียงสนับสนุนจากปีกฝ่ายขวาจัดในพรรครีพับลิกันเพียง 8 เสียง ตามที่เกตซ์กล่าวว่า “สมาชิกพรรครีพับลิกันเพียงหยิบมือเดียว” เพียงพอที่จะปลดแมคคาร์ธีพ้นจากตำแหน่ง


ทั้งนี้ ก่อนการพ้นจากตำแหน่งของแมคคาร์ธีเพียงไม่กี่วัน สภาคองเกรสที่หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ผ่านกฎหมายงบประมาณระยะสั้น เพื่อการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง ต่อไปอีก 45 วัน หรือจนถึงกลางเดือน พ.ย. นี้ ช่วยให้ภาครัฐรอดพ้นจากภาวะชัตดาวน์ ในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่แผนการใช้จ่ายชั่วคราวดังกล่าว ไม่มีการจัดสรรงบประมาณก้อนใหม่เพื่อช่วยเหลือยูเครน ซึ่งปีกฝ่ายขวาจัดในพรรครีพับลิกันไม่พอใจ.

เครดิตภาพ : AFP