สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า สำนักงานยามฝั่งฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า เรือประมงลำหนึ่งของฟิลิปปินส์ถูกกระแทกอย่างแรง “โดยเรือพาณิชย์ต่างชาติลำหนึ่ง” ระหว่างกำลังล่องผ่านน่านน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากแนวสันดอนสการ์โบโรห์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 157 กิโลเมตร เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย เป็นชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 11 คน รอดชีวิต


ขณะที่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ สั่งให้มีการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดครั้งใหม่ในทะเลจีนใต้ โดยจีนเพิ่งแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ต่อการที่สำนักงานยามฝั่งของฟิลิปปินส์ รื้อถอน “สิ่งกีดขวาง” ที่เป็นทุ่น ออกจากบริเวณเส้นทางเข้าสู่แนวสันดอนสการ์โบโรห์ ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


ทั้งนี้ นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “เกาะหวงเหยียน” ในทะเลจีนใต้ เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลปักกิ่ง จีน “ขอแนะนำ” ฟิลิปปินส์ ว่า “ไม่ควรกวนน้ำให้ขุ่น” ด้านรัฐบาลฟิลิปปินส์ยืนยัน พร้อมรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ “ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม” นำมาติดตั้ง


อนึ่ง เกาะหวงเหยียน เป็นชื่อที่จีนใช้เรียกแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ซึ่งจีนยึดครองเมื่อปี 2555 แล้วส่งเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าไปประจำการและลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง กระนั้น ดินแดนของจีนซึ่งอยู่ “ใกล้มากที่สุด” กับแนวสันดอนสการ์โบโรห์ คือมณฑลไห่หนาน หรือเกาะไหหลำ ตั้งอยู่ห่างออกไปราว 900 กิโลเมตร แต่เกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ อยู่ห่างจากแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ประมาณ 240 กิโลเมตรเท่านั้น


กระนั้น เนื้อหาตอนหนึ่ง ตามที่ระบุอยู่ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (อันคลอส) ฉบับปี 2525 กล่าวว่า แต่ละประเทศบนโลกมีอำนาจอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอยู่ภายในอาณาเขตไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล หรือ 370 กิโลเมตร จากชายฝั่ง.

เครดิตภาพ : AFP