เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ถนนพุทธมณฑลสาย 5 จ.นครปฐม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 13 ประจำปี 2566 โดยนายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า หอภาพยนตร์ได้นำรายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอจากประชาชน รวม 351 เรื่อง รวมกับภาพยนตร์ในคลังอนุรักษ์ภาพยนตร์ มาเสนอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตัดสิน โดยมีจำนวน 10 เรื่องที่ได้รับขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 13 ประกอบด้วย 1.ปักธงไชย (พ.ศ. 2500) 2.Thailand (พ.ศ. 2501) 3.กตัญญูปกาสิต (พ.ศ. 2501) 4.โกนจุก (พ.ศ. 2510) 5.วันมหาวิปโยค (พ.ศ. 2516) 6.เทวดาเดินดิน (พ.ศ. 2519) 7.สัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยที่กลับออกจากป่า (พ.ศ. 2528) 8.เพลงสุดท้าย (พ.ศ. 2528) 9.14 ตุลาสงครามประชาชน (พ.ศ. 2544) 10.หัวใจทรนง The Adventure of Iron Pussy (พ.ศ. 2546)

ทั้งนี้ ภาพยนตร์ 10 เรื่องที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปีนี้ ครอบคลุมหลากหลายมิติทางสังคม ประวัติศาสตร์ และสุนทรียศาสตร์ และเนื่องด้วยปี 2566 เป็นปีครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 มีภาพยนตร์ 3 เรื่องที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ เรื่องแรก “วันมหาวิปโยค” ซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์ 14 ต.ค.ที่ “ทวีศักดิ์ วิรยศิริ” นักข่าวภาพยนตร์อิสระได้ถ่ายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ไว้ เรื่องที่สอง “สัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยที่กลับออกจากป่า” เป็นฟุตเทจหายากที่ “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ” ได้สัมภาษณ์อดีตนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวที่ออกจากป่าหลังจากไปเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ไทย และเรื่องสุดท้ายได้แก่ “14 ตุลาสงครามประชาชน” ภาพยนตร์ชีวประวัติของ “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” บุคคลสำคัญทางการเมืองในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทย เป็นงานกำกับโดย “บัณฑิต ฤทธิ์ถกล”

เทวดาเดินดิน

ขณะที่เรื่อง “เทวดาเดินดิน” โดย ม.จ.ชาตรี เฉลิมยุคล เป็นหนังที่จับภาพวัยรุ่นไทยในช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างเข้มข้น สะท้อนสังคมและหนังแอ๊คชั่นผจญภัยไปพร้อมๆ กัน ส่วนเรื่อง “ปักธงไชย” สร้างโดยบริษัท ละโว้ภาพยนตร์ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นผลงานที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของพระองค์ ผู้ทรงเป็นนักทำหนังที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการภาพยนตร์ไทย และเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกและหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เล่าถึงสงครามปราบฮ่อ สมัยรัชกาลที่ 5 ด้านเรื่อง “กตัญญูปกาสิต” หนังร่วมทุนไทยฮ่องกงที่ประสบความสำเร็จทั้งที่ไทยและต่างแดน ด้วยความสามารถของยอดฝีมือแห่งวงการหนังไทยยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทั้ง “ครูเนรมิต” ผู้กำกับ “ส.อาสนจินดา” ผู้เขียนบท และบรรดานักแสดงชั้นครู

เพลงสุดท้าย

ส่วนเรื่อง “เพลงสุดท้าย” หมุดหมายสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ความหลากหลายทางเพศในภาพยนตร์ไทย ที่ส่งอิทธิพลต่อเนื่องอย่างกว้างขวางยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน กำกับโดย “พิศาล อัครเศรณี” ขณะที่เรื่อง “หัวใจทรนง” งานกำกับร่วมของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” และ “ไมเคิล เชาวนาศัย” กับเรื่องราวของสายลับไออ้อน พุซซี่ งานที่คารวะสุนทรีศาสตร์ของหนังไทยุค 16 มม. พร้อมไปกับการสร้างอารมณ์ขันสำหรับผู้ชมร่วมสมัย นอกจากนี้มีภาพยนตร์สารคดีเก่าอีก 2 เรื่องที่ได้รับการขึ้นทะเบียนได้แก่ “โกนจุก” เป็นภาพบันทึกพิธีโกนจุก ซึ่งเป็นพิธีกรรมในวิถีชีวิตของสังคมไทยสมัยก่อนได้อย่างละเอียดครบถ้วนตามประเพณีทั้งคติพราหมณ์และพุทธ และ ”Thailand” ภาพยนตร์เรื่องแรก ๆ ที่รัฐบาลไทยจัดทำเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ผู้ชมในโลกตะวันตก

หัวใจทรนง

ทั้งนี้ หอภาพยนตร์ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติมาเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2554 รวมในปีนี้อีก 10 เรื่อง ทำให้มีภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ทั้งหมด 243 เรื่อง ซึ่งหอภาพยนตร์เตรียมนำภาพยนตร์เหล่านี้ออกฉายตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในโรงภาพยนตร์ Facebook YouTube Tiktok ของหอภาพยนตร์ รวมถึงการจัดงานเสวนาถึงภาพยนตร์ และการให้บริการในห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี ของหอภาพยนตร์ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.fapot.or.th หรือที่เฟซบุ๊กหอภาพยนตร์