เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 69 พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยาออกตรวจสภาพการจราจร ป้องกันอาชญากรรม และกวดขันการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย บนถนนสายเอเชีย พบรถตู้ทะเบียน 1นช 2840 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ด้วยความเร็ว มีพฤติกรรมเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน และติดฟิล์มทึบผิดสังเกต จึงติดตามและเรียกตรวจบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 44-45 ถนนสายเอเชีย ขาเข้า ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช
จากการตรวจสอบพบผู้ขับขี่คือ นายสมชาย พินทุวนา อายุ 31 ปี ชาว จ.ตาก ภายในรถพบชาวเมียนมา 7 คน เมื่อตรวจสอบเอกสารไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางได้ เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าร่วมตรวจสอบ
จากการสอบถามผ่านล่าม ชาวเมียนมาทั้ง 7 คน ให้การว่าเดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อเข้าทำงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจ่ายค่าโดยสารคนละ 1,500 บาท

ด้านนายสมชายรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไทยให้ไปรับชาวเมียนมาทั้ง 7 คน จาก จ.นครสวรรค์ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้างในอัตราหัวละ 1,500 บาท อีกทั้งรถตู้คันดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนประกอบการขนส่ง และยอมรับว่าเพิ่งรับจ้างขนแรงงานต่างด้าวเป็นครั้งแรก
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานายสมชาย ฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และช่วยเหลือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” และ “ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนชาวเมียนมาทั้ง 7 คน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.มหาราช ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ระหว่างการจัดทำบันทึกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามและทราบว่าชาวเมียนมาทั้งหมดไม่ได้แวะพักหรือรับประทานอาหารระหว่างการเดินทาง เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นที่สังเกตของเจ้าหน้าที่ หลายคนอยู่ในสภาพอิดโรยและหิวโหย เจ้าหน้าที่จึงจัดหาอาหารและน้ำดื่มให้รับประทานก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.



