“พงพนาเซราะกราว พงพนาก็คือป่า ส่วนเซราะกราวเป็นภาษาถิ่นของ บุรีรัมย์ หมายความว่าบ้านนอก พื้นที่ที่เราอยู่นี้เป็นบ้านนอก หรือ ชนบท จึงให้ โจทย์นักศึกษาว่าจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนชนบทของเรา โดยได้ประสานกับโครงการวิจัยการแก้ไขปัญหาความยากจน และใช้พื้นที่ของนายคำนึง เจริญศิริ เกษตรกรตัวอย่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ขยายผลเวทีชาวบ้านของชุมชน โดยนักศึกษาขยายผลการทำปุ๋ยหมักใบไม้ที่ผ่านกระบวนการวิจัยมาแล้วของ มหาวิทยาลัยที่มีความเหมาะสมกับดินและพันธุ์พืชที่จะนำมาปลูก จากนั้นจึงนำไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านในชุมชนได้ใช้ประโยชน์”

นางสาวภาวิดา แสนวันดี อาจารย์ที่ปรึกษา ทีมพงพนาเซราะกราว จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กล่าว ภายหลังการประกาศผล รางวัลการประกวดโครงการของเยาวชนอาสาสานต่อพระราชดำริ “สานรักษ์ ดิน น้ำ ป่า พัฒนาคุณภาพชีวิต” ภายใต้โครงการ
ค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) รุ่นที่ 13 ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 19 กันยายน 2566 โดยมีนางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. เป็นประธาน ในพิธี ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 สำนักงาน กปร. โครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) รุ่นที่3 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดขึ้นเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติได้เข้ามาเรียนรู้ในสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ไปจนถึงการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

นายณัฐภัทร อุ่นศิริวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ สาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัย ราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเปิดเผยว่า “โครงการเยาวชนสานรักษ์ ดิน น้ำ ป่า คืนถิ่นบุรีรัมย์” ของทีมเป็นผลมาจากในพื้นที่ประชาชนจะทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว มีการใช้สารเคมีทำให้ดินเสื่อมคุณภาพ ขาดความอุดมสมบูรณ์ ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัว ควาย และสัตว์อื่น ๆ ซึ่งมีมูลเป็นจำนวนมาก จึงมีความคิดในการแก้ไขปัญหาสารเคมีตกค้างในดิน และลดต้นทุนให้แก่ชาวบ้านจึงได้ทำโครงการที่เกี่ยวกับการปรับปรุงบำรุงดินขึ้นมา “ทำปุ๋ยหมักเพื่อปรับปรุงบำรุงดินสูตรที่ชาวบ้านทั่วไปสามารถทำได้ด้วยตนเอง วัตถุดิบหาได้ในพื้นที่ มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากรวดเร็ว ประหยัดได้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อชนิดพืชที่ชาวบ้านเพาะปลูกและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยตนเองโดยได้มีการส่งปุ๋ยหมักไปวิเคราะห์ที่สำนักงานพัฒนาที่ดินของกรมพัฒนาที่ดินเพื่อยืนยันธาตุอาหาร
ที่จำเป็นสำหรับพืช ซึ่งต่อไปก็จะขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอื่น ๆ ต่อไป” นายณัฐภัทร อุ่นศิริวงศ์ กล่าว

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Gen A จิตอาสา เปลี่ยนแปลงชุมชน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ซึ่งได้จัดทำโครงการวิถีจากผืนป่าสู่ ภูมิปัญญา สืบสาน รักษา ต่อยอด : นำระกำ ซึ่งเป็นผลไม้พื้นถิ่นมาแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ระกำข้น และเพิ่มมูลค่าด้านสมุนไพร “ชองระอา” ด้วยการพัฒนาเป็น น้ำมันสมุนไพร สะท้อนอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ชองซัมเร เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ต่อยอดเชิงธุรกิจต่อไป

ด้านนายนิฮาเรน บาเฮง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยชุมชนปัตตานี ทีมลังกาสุกะ 3 ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นทีมที่จัดทำโครงการผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากป่าชายเลน ต้นทุนจากภูมิปัญญาซั้งปลา : ต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมที่ใช้สีย้อมผ้าจากไม้ที่ขึ้นในป่าชายเลน เปิดเผยว่า การตัดเย็บผ้าเพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันของชาวบ้านมีมานานแล้ว ทางทีมจึงได้นำมาต่อยอดพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาผลิตผ้ามัดย้อม เพื่อนำไปผลิตเป็นกางเกงมัดย้อม ผ้าเช็ดหน้ามัดย้อม ถุงผ้าลดโลกร้อน มัดย้อม ซองใส่ โทรศัพท์จากผ้ามัดย้อม รวมไปถึงการสร้างช่องทางการขายในตลาดออนไลน์อีกด้วย “โครงการนี้จะสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก กลุ่มลังกาสุกะ ได้ร่วมกับชุมชนดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ลังกาสุกะ 1 ทำซั้งปลาบริเวณชายฝั่งทะเล ลังกาสุกะ 2 ได้ริเริ่มนำเปลือกไม้ รากไม้ และใบ ของต้นโกงกาง ต้นแสม มาสกัดสีเพื่อใช้ย้อมผ้า ลังกาสุกะ 3 จึงได้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น เสื้อ กระเป๋า ผ้าเช็ดหน้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน จนสามารถส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลในครั้งนี้” นายนิฮาเรน บาเฮง กล่าว

ส่วนรางวัลชมเชย 7 รางวัล ได้แก่ IED RUTS CLUB รุ่น 3 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แคแสดอาสา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เด็กหนองบัวลำภู จากวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู NSTRU Quality of Life จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช อินทรีพัฒนา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช Brave leader FMS จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ LPRU สืบสานปณิธานงานของพ่อ V.3 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง


ทั้งนี้สำนักงาน กปร. ในฐานะหน่วยงานหลักในการประสานและดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และขยายผลการพัฒนาเพื่อสร้าง ประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนและสถาบันการศึกษา จึงได้ดำเนินการจัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ หรือ RDPB Camp ขึ้น และจัดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2566 เป็นรุ่นที่ 13 ภายใต้หัวข้อ “สานรักษ์ ดิน น้ำ ป่า พัฒนาคุณภาพชีวิต” โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง สิ้น จำนวน 29 ทีม จาก 24 สถาบัน และได้รับการคัดเลือก 20 ทีม จากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมเป็นจำนวน 80 คน แบ่งเป็นทีมละ 4 คน ประกอบด้วย ภาคกลาง 5 ทีม ภาคอีสาน 6 ทีม ภาคเหนือ 2 ทีม และภาคใต้ 7 ทีม โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา



