สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า ภูเขาซีซาปังมา ซึ่งมีความสูงมากกว่า 8,000 เมตร และเป็นยอดเขาสูงอันดับที่ 14 ของโลก ถือเป็นภูเขาที่ปีนได้ง่ายกว่าสำหรับนักปีนเขา เมื่อเทียบกับภูเขาที่มีความสูงใกล้เคียงกัน หรือมากกว่านั้น
แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุหิมะถล่ม 2 ครั้ง บนเนินเขาที่ระดับความสูง 7,600 เมตร และ 8,000 เมตร ส่งผลให้นักปีนเขาชาวอเมริกัน และไกด์ชาวเนปาล เสียชีวิต
นอกจากนี้ ยังมีนักปีนเขาชาวอเมริกันอีกคนหนึ่ง และไกด์ชาวเนปาลของเธอ สูญหายในเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนไกด์ชาวเนปาลอีกคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกพาลงจากภูเขา ด้วยความช่วยเหลือของหน่วยกู้ภัยแล้ว
ขณะเดียวกัน สื่อปากีสถานรายงานว่า นักปีนเขาชาวปากีสถาน 2 คน รอดพ้นจากหิมะถล่มได้อย่างหวุดหวิด หลังพวกเขาล้มเลิกการปีนให้ถึงยอดเขา เพราะสภาพอากาศที่ย่ำแย่ แม้ทั้งสองคนจะอยู่ห่างจากยอดเขาแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ตาม
Two killed as avalanches hit Tibet's Shishapangma as climbers near summit https://t.co/b2tFVhmh9z pic.twitter.com/K6YOcmrSrU
— CNA (@ChannelNewsAsia) October 8, 2023
อนึ่ง หิมะถล่มเกิดขึ้นในขณะที่นักปีนเขาทั้งหมด 52 คน จากประเทศต่าง ๆ อาทิ สหรัฐ, สหราชอาณาจักร, โรมาเนีย, แอลเบเนีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น และปากีสถาน พยายามปีนขึ้นไปที่ยอดเขา ซึ่งในเวลาต่อมา กิจกรรมการปีนเขาทั้งหมดบนภูเขาซีซาปังมาถูกระงับ เนื่องจากสภาพหิมะที่ไม่มั่นคง
จนถึงขณะนี้ ภูเขาซีซาปังมามีบันทึกการพิชิตยอดเขามากกว่า 300 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตระหว่างการปีนเขาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับอัตราการเสียชีวิตของยอดเขาอันนะปุรณะ 1 ซึ่งสูงเกือบ 30%
แม้เดือน ต.ค. เป็นเดือนยอดนิยมสำหรับนักปีนเขาในเทือกเขาหิมาลัย เนื่องจากฝนมรสุมเริ่มอ่อนกำลัง แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนกล่าวเตือนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเพิ่มความเสี่ยง ของการเกิดหิมะถล่มในพื้นที่สูง รวมถึงเทือกเขาหิมาลัยด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



