รายงานข่าวจาก สำนักนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวบรอ์ด กสทช. 4 ราย ประกอบด้วย พล.อ.ท.ธนพันธ์ หร่ายเจริญ, น.ส.พิรงรอง รามสูต, นายศุภัช ศุภชลาศัย และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ได้ส่งบันทึกข้อความถึง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขอให้ทบทวนการนำเสนอเรื่องการบรรจุวาระพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำนวน 5,282.50 ล้านบาท ของ กสทช. ต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) หลังรับทราบว่า สำนักงาน กสทช. โดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการเลขาธิการ กสทช. ลงนามในหนังสือ ได้นำส่งร่างงบประมาณดังกล่าว เพื่อให้บรรจุในวาระการประชุมบอร์ดดีอี ทั้งที่ยังไม่ผ่านมติบอร์ด กสทช. แต่อย่างใดนั้น

ด้าน นายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประจำประธาน กสทช. กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา 57 ข้อ 2 วรรค 2 นั้น สำนักงาน กสทช. มีหน้าที่จัดทำงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ของ สำนักงาน กสทช. แล้วจึงนำเสนอให้กับทางบอร์ดดีอี เห็นชอบ จากนั้นแล้ว จึงกลับมานำเสนอให้บอร์ด กสทช. พิจารณาลงมติว่าเห็นชอบ หรือไม่ หากเห็นว่างบประมาณโครงการใดไม่เหมาะสม ก็สามารถทักทวงให้กลับไปแก้ไข หรือปรับลดงบประมาณลงได้

“การจัดทำงบประมาณ ของ กสทช. ตามกฎหมาย เป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ตามกฎหมาย ทาง กสทช. ไม่มีอำนาจในการจัดทำ หรือกำหนดวงเงินงบประมาณประจำปี ซึ่งเมื่อสำนักงาน จัดทำงบประมาณเสร็จแล้ว ก็ต้องนำเสนอต่อบอร์ดดีอีพิจารณาให้ความเห็น ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย กสทช. ตั้งแต่ปี 2560 เมื่อบอร์ดดีอีเห็นชอบแล้ว ก็นำกลับมาเสนอต่อบอร์ด กสทช. ลงมติเห็นชอบ แต่หากเห็นว่างบไม่เหมาะสม ก็ลงมติให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ ซึ่งการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง ซึ่งก็ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถึงข้อกฎหมายเรียบร้อยแล้ว” นายพชร กล่าว