เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เพจเฟซบุ๊ก วัดประชาคมวนาราม-ป่ากุง Wat Prachakom Wanaram-Pahkoong ได้แจ้งข่าวการละสังขารของ พระราชพัชรญาณมุนี (หลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) จ.ร้อยเอ็ด ละสังขาร เวลา 01.52 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2569 ณ ศาลาที่พักพระรักษาใจ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญฺโญ สิริอายุ 88 ปี 2 เดือน 25 วัน (32,228 วัน) พรรษา 67 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับการศพองค์หลวงปู่ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยทางวัดและคณะกรรมการจัดงาน ได้กำหนดระเบียบพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

วันที่ 11 มิ.ย. เวลา 11.00 น. พิธีขอขมา และรดน้ำสรีรสังขารองค์หลวงปู่ (สำหรับคณะสงฆ์วัดสาขา เครือข่าย และศิษยานุศิษย์) เวลา 15.00 น. คณะสงฆ์ดำเนินการเคลื่อนย้ายสรีรสังขารประดิษฐาน ณ ศาลาพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญโญ เวลา 15.30 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ (รดน้ำหลวง) เวลา 16.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม (ในพระบรมราชานุเคราะห์) วันที่ 12 มิ.ย. เวลา 16.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม (ในพระบรมราชานุเคราะห์) วันที่ 13 มิ.ย. เวลา 16.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม (ในพระบรมราชานุเคราะห์) วันที่ 14-20 มิ.ย. เวลา 18.00 น. พิธีทำวัตรเย็น สวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา และอบรมจิตตภาวนา เพื่อน้อมถวายเป็นอาจาริยบูชา วันที่ 21 มิ.ย. วันพิธีพระราชทานเพลิงศพเวลา 13.00 น. พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน แสดงพระธรรมเทศนา เวลา 14.00 น. พิธีสวดมาติกา บังสุกุล เวลา 15.00 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุชั่วคราว เกาะกลางน้ำ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ทองอินทร์กตปุญฺโญ วัดประชาคมวนาราม (ป่ากุง)

สำหรับพระราชพัชรญาณมุนี มีนามเดิม ทองอินทร์ แสวงผล เกิดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2481 ที่บ้านหนองแดง ต.ขอนแก่น อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด อายุ 21 ปี เข้ารับการอุปสมบท เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2502 ที่พัทธสีมาวัดประชาบำรุง (วัดป่าพูนไพบูลย์) ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม มี พระโพธิญาณมุนี (หลวงปู่เหลา จุนโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาสวาสดิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาทองใส เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “กตปุญโญ” ซึ่งแปลว่า “ผู้ทำบุญไว้แล้วแต่ปางก่อน”
โดยสาเหตุที่บวชเพราะมารดาป่วยหนักรักษามานานแล้ว รู้ตัวเองว่าคงไม่หายแน่นอน ได้สั่งไว้ให้บวชให้แม่ อีกประการธรรมเนียมของคนในท้องถิ่นนั้น ถือเป็นประเพณี หากลูกชายมีอายุครบ 20-21 ปี ก่อนจะมีครอบครัวต้องบวชเสียก่อน หลังอุปสมบท ได้ยินคำเทศนาจาก “หลวงปู่ศรีมหาวีโร” แห่งวัดประชาคมวนาราม (ป่ากุง) ว่า บวชมีหลายอย่าง คือ “บวชเล่น บวชลองหรือคำว่าบวชทดลองดู บวชตามครองประเพณี บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกเฮฮา บวชค้าขาย บวชตายเป็นเปรต” นับแต่นั้นเป็นต้นมา จึงตัดสินใจมอบกายถวายชีวิตอุทิศแด่พระพุทธศาสนา ประกอบกับได้ฟังเทศน์อยู่เนืองนิจจากพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่ใหญ่ จึงตั้งใจประกอบความเพียร และตั้งใจท่องพระปาฏิโมกข์จบ

ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาของพระเถระด้านวิปัสสนากรรมฐาน จึงไปกราบนมัสการ และศึกษาธรรมกับพระอาจารย์หลายท่าน อาทิ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่คำดี ปภาโส, หลวงปู่ศรีจันทร์ วัณณาโภ, หลวงปู่ท่อน ญาณธโร และ หลวงพ่อสีทน สีลธโน ได้น้อมนำข้อวัตรปฏิบัติของพ่อแม่ครูอาจารย์เหล่านี้มาเป็นแบบอย่างอยู่เสมอมา
พ.ศ. 2547-2548 จำพรรษาอยู่ที่วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) และช่วยดูแลการก่อสร้างเจดีย์หินทรายวัดป่ากุง (บรมพุทโธเมืองไทย) ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีกว่า ตั้งอยู่ภายในวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) สถานที่จำพรรษาช่วงสุดท้ายของ “หลวงปู่ศรี มหาวีโร” เป็นวัดที่ท่านละสังขารด้วย
“หลวงปู่ทองอินทร์” ถือเป็นทายาททางธรรมที่เดินตามรอยปฏิปทาของพระป่าสายวิปัสสนาอย่างแท้จริง โดยเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2564 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระอธิการทองอินทร์ กตปุญโญ เป็น พระราชพัชรญาณมุนี



