ขณะที่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ประมาณการในปี 64 ว่า อาหารประมาณ 17% ที่ผลิตทั้งหมดถูกทิ้งขว้างในขั้นตอนการบริโภค ทั้งจากผู้ขาย ผู้ให้บริการอาหาร
หากรวมการสูญเสียอาหารทั้งในขั้นตอนกระบวนการผลิต และเหลือทิ้งจากห้างร้าน และการบริโภคของทั้งสองหน่วยงานพบว่า จะมีสัดส่วนรวมถึง 31% หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตทั้งหมดทั่วโลก ปัญหานี้ส่งผลเสียต่อการพัฒนาระบบเกษตรอาหารที่ยั่งยืน เพราะทำให้มีการใช้ทรัพยากรนํ้า ที่ดิน พลังงาน แรงงานและเงินทุนอย่างสิ้นเปลือง ผู้บริโภคได้รับอาหารที่คุณภาพลดลง การกำจัดซากอาหารและอาหารเหลือทิ้งด้วยการถมดินยังทำให้มีปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น นอกจากนั้นการสูญเสียอาหารและอาหารเหลือทิ้งยังทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและราคาอาหารโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น

ทั่วโลกเสาะหาลดอาหารเหลือทิ้ง
ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อความมั่นคงด้านอาหารที่มีคุณภาพของโลก ส่งผลให้ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวหาวิธีสร้างความยั่งยืนด้านอาหารที่มีคุณภาพ ลดการสูญเสียอาหารทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ และลดอาหารเหลือทิ้ง โดย FAO ได้ผลักดันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในระดับประเทศและในระดับโลกเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับการตลาด ระบบติดตามการแปรรูปอาหารด้วยโทรศัพท์มือถือ วิธีการใหม่ในการทำงานและหลักปฏิบัติที่เหมาะสมในการควบคุมคุณภาพ และลดการสูญเสียอาหารและอาหารเหลือทิ้ง เพื่อเป้าหมายความยั่งยืนด้านอาหาร เชื่อมโยงไปถึงการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจก
ในประเทศไทย FAO มีโครงการสนับสนุน และให้คำแนะนำวิสาหกิจแปรรูปอาหาร รายย่อย รายเล็ก และรายกลาง ให้ใช้เครื่องมือในการวัดปริมาณและลดความสูญเสียอาหาร เนื่องจากกลุ่มนี้มีสัดส่วนกว่า 91% ของการแปรรูปอาหารทั้งหมดในประเทศไทย แต่หลายธุรกิจยังขาดความเข้าใจในการลดการสูญเสียอาหาร และอาหารเหลือทิ้ง
ตัวอย่างหนึ่งได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านบ้านนาเลา ที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งแปรรูปและจำหน่ายข้าวกล้องงอกที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร FAO ได้เข้าไปเริ่มดูแลโครงการนี้ โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล
ใช้ดิจิทัลง่าย ๆ ผลผลิตดีขึ้น
“นัฐพล ตั้งสุภูมิ” เจ้าหน้าที่ดูแลโครงการ จาก FAO ระบุว่า ได้เข้าไปฝึกธุรกิจให้วัดระดับของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และแนะนำเทคโนโลยีง่าย ๆ เช่น ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิระบบดิจิทัลในขั้นตอนการอบไอนํ้าและการตากแห้ง การใช้เครื่องวัดความชื้นเพื่อทำให้ขั้นตอนการตากแห้งเมล็ดพืชเป็นไปอย่างเหมาะสมตลอดจนการใช้เครื่องปิดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งวิสาหกิจขนาดย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลางมีภูมิปัญญาของตนเอง นำมาใช้ประโยชน์ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ พวกเขารู้ว่า ปัญหาและข้อจำกัดคืออะไร และเต็มใจที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอาหาร
“ณัฐกานต์ ดากาวงค์” ในฐานะประธานและสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวกล้องงอกบ้านนาเลา อธิบายถึงขั้นตอนในการผลิตว่า ต้องแช่และหมักข้าวกล้องไว้ข้ามคืนจนต้นอ่อนงอก ก่อนที่จะนำไปนึ่งและตากแห้งให้พอดี
“ถ้าเราตากข้าวน้อยไป ข้าวก็จะเกิดเชื้อรา แต่ถ้าเราตากข้าวนานไป ข้าวก็จะหักระหว่างกระบวนการสีทำให้เราได้ข้าวน้อยลง ตั้งแต่มีโครงการนี้เข้ามา เราเข้าใจกับการลดการสูญเสียอาหารโดยมีเครื่องมือที่ช่วยควบคุมการผลิต ซึ่งทำให้เรามีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น”

เห็นผลทันตาลดเสียหายอื้อ
วิสาหกิจชุมชนบ้านนาเลาสามารถลดความเสียหายของข้าวกล้องงอกได้กว่า 450 กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งนับเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดจำนวน 1,500 กิโลกรัมต่อเดือน คิดเป็นจำนวนเงิน 36,000 บาทต่อเดือนที่ลดการสูญเสียรายได้ ด้วยการปรับปรุงคุณภาพและความพยายามลดการสูญเสียอาหาร โครงการเพื่อช่วยลดการสูญเสียอาหารและอาหารเหลือทิ้งมีศักยภาพอย่างมากในการรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมามีวิสาหกิจขนาดย่อม ขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งสิ้น 25 แห่งในภาคการผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ โคนม ประมง ผลิตภัณฑ์ข้าว และอาหารทานเล่น ที่ FAO ให้การฝึกอบรม ช่วยให้ธุรกิจสามารถระบุจุด อาจเกิดความเสียหายขึ้นกับกระบวนการแปรรูป ส่วนใหญ่
มาจากคุณภาพของวัตถุดิบที่ลดลง ความบกพร่องในกระบวนการแปรรูปอาหาร เช่น การควบคุมอุณหภูมิ ความเป็นกรดด่าง ความชื้น และเวลา ตลอดจนการบรรจุผลิตภัณฑ์และหีบห่อในขั้นสุดท้าย ทำให้ลดการสูญเสียอาหารและอาหารเหลือทิ้ง
ไม่ซับซ้อนใช้เครื่องมือทำได้จริง
“โรซา โรลล์” เจ้าหน้าที่อาวุโสและหัวหน้าทีมการสูญเสียอาหารและอาหารเหลือทิ้ง ฝ่ายอาหารและโภชนาการ ของ FAO อธิบายว่า เทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดอาหารสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและอาหารเหลือทิ้ง ในปัจจุบันธุรกิจแปรรูปอาหารไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือเพื่อบริหารจัดการคุณภาพ เช่น การควบคุมอุณหภูมิและเวลา แม้ว่าจะง่ายต่อการใช้งาน
“โครงการของเราสร้างความแตกต่างอย่างมากด้วยเครื่องมือง่าย ๆ ซึ่งธุรกิจรายย่อยอาจไม่เคยนำมาใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจลดการสูญเสียอาหารและอาหารเหลือทิ้ง ช่วยปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลตามมา” โรลล์ กล่าว.



