เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ กล่าวถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวน่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เดือน ต.ค. จนถึงปัจจุบัน มีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์​ ยาเสพติด​ บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์

“ผมยืนยันได้เลยว่า ในรัฐบาลชุดนี้ ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปราม ด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัดอันดับ 10 หน่วยงานที่มีการรับสินบนมากที่สุด นายอนุทิน​ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนีที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาล เรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ได้ใช้ความรู้สึก การทำแบบสอบถาม หรือทำโพลของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ ก็ไม่ได้จบแค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผล เห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อน อาจต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์ มีคนมาขอ 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สมัยนี้มีคนมาขอเคลียร์หรือไม่ ส่วนตัวก็เชื่อว่ามี แต่เคลียร์ไม่ได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน ใช้หลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ใครที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายจะไม่ดูชื่อ ถือพฤติกรรมดำเนินคดีทุกอย่าง ดำเนินการตามพฤติกรรม จึงทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่เป็นต้นทางของการคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่ามีคนเหล่านี้ ที่กระทำความผิดได้ เพราะมีการเอาของไปกำนัล ให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง บางคนเอาที่ดินไปให้ เอาอามิสสินจ้าง​ไปให้ แต่พอรัฐบาลมีความจริงจังใช้กฎหมายที่มี ตรงไหนมีปัญหาก็ตั้งกรรมการสอบ โยกย้ายออกนอกพื้นที่และดำเนินคดี ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปทิศทางที่ดี

เมื่อถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. จะไม่จบ เพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิที่จะฟ้อง

“หากเรากล้าที่จะบอกว่าคุณทำผิด คุณโกงคุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อม ที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวานที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอร์รัปชัน ว่ามาจากไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามี ก็ติ๊กถูก อย่างนั้น จะนำไปวัดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาป ที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราบาป แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลต้องแก้ไข จะต้องไม่มีเรื่องพวกนี้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่กล้าแสดงตัว จะเข้าร่วมกับ OECD ประกาศความพร้อม เป็นศัตรูกับคอร์รัปชัน และการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลทำหมดแล้ว ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ในปัจจุบันมีการตรวจสอบที่เข้มข้นมากมาย หากรัฐบาลให้การสนับสนุน เจ้าหน้าที่ของรัฐปราบปรามเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ทุกอย่างต้องหมดไป