เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ สน.บางยี่เรือ พ.ต.อ.รัตน์เกล้า อาณานุการ ผกก.สน.บางยี่เรือ สั่งการพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ คุมผู้ต้องหาขบวนการแจ้งเกิดเท็จ พ่อทิพย์-แม่ทิพย์ รวมจำนวน 27 คน เป็น หญิง 12 คน ชาย 15 คน ขึ้นรถควบคุม ไปขออำนาจศาลฝากขัง ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน ทางเจ้าหน้าที่มีการประสานกำลัง สน. ใกล้เคียงร่วมวางกำลังอย่างแน่นหนา โดยแบ่งผู้ต้องหาขึ้นรถคุมขัง 4 ชุด 4 คัน แยกหญิงชาย

โดยในกลุ่มผู้ต้องหานี้มีหญิงที่กำลังตั้งครรภ์รวมอยู่ด้วย ทางเจ้าหน้าจึงจัดให้นั่งรถตู้และมีเจ้าหน้าที่ตามประกบ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยกลุ่มผู้ต้องหาประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล พ่อคนไทย พ่อ-แม่ชาวจีน โดยทั้งหมดมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ

เปิดไทม์ไลน์ ‘องอาจ’ พ่อทิพย์ จดทะเบียนสมรส-เซ็นรับรองลูก 2 ครั้ง อ้างได้เงินชดเชยครั้งละ 2 พัน

ล้นห้องขัง! จับเพิ่มอีก 4 ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ รับได้ค่าเซ็นรับรองบุตร 1,500-3,000 บาท

สบส.แจง ปมเจ้าหน้าที่ รพ.เอี่ยวแก๊งพ่อไทยทิพย์ ผิดกฎหมายอื่น ไม่อยู่ในกฎหมายสถาน

กลุ่มแรกเป็นผู้ต้องหาชายชาวไทย ซึ่งมี นายประจวบ ผู้ที่เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนอมินีของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด กรณีอาคาร สตง. ถล่ม ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นผู้ต้องหาหญิงไทย ซึ่งมีนางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี และนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชน รวมอยู่ด้วย กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ต้องหาชายชาวจีน และกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน โดยหนึ่งในนั้นอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถตู้เป็นคันสุดท้าย

โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาในหลายประเด็น เช่น เป็นนอมินีให้ชาวจีนจริงหรือไม่ เหตุใดจึงร่วมกระทำความผิด โดยเฉพาะนายประจวบ ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้า รวมถึงถามว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวจีน อย่างไร เนื่องจากถือเป็นคดีที่ 2 ที่พัวพันกับกลุ่มคนจีน นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามนางสาวศิริพรว่า ได้ทำเรื่องดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง สิ่งที่ทำเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ และหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 27 คน ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนแม้แต่คำถามเดียว ทำเพียงก้มหน้า บางคนใช้เสื้อ ผ้าห่ม มาปกปิดใบหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่ศาล

ขณะที่ นายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความ นายประจวบ และนางเสี่ยว อิ๋ง หวู หญิงสัญชาติจีน เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองได้รับมอบหมายเพื่อที่จะมายื่นประกันตัว นายประจวบและนางเสี่ยว อึ่ง หวู หญิงสัญชาติจีน ซึ่งรับเป็นทนายให้กับสองคนนี้ โดยได้มีการเตรียมเงินสด แต่ไม่สามารถระบุจำนวนเงินได้ โดยขึ้นอยู่กับศาล จะมีการเรียกหลักทรัพย์ในการประกันตัวทั้งสองคนจำนวนเท่าไหร่ โดยยอมรับว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า ศาลอาจจะไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว แต่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

ส่วนนายประจวบให้การในชั้นสอบสวน ตนเองทราบว่า นายประจวบเข้าใจว่า เด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นลูกของตนเอง แต่ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ก็ต้องไปชี้แจงในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กชาวจีนนั้น เป็นแม่เด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง คดีของนายประจวบกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) ที่นายประจวบถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ เป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน

สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ แต่ นางศิริพร ถูกแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 157 หรือ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิ่มอีก 1 ข้อหา เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ.