สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 11 ต.ค. โดยอ้างข้อมูลจากรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมียนมา (เอ็มอาร์ทีวี) ว่าประชาชนมากกว่า 14,000 คน ในภูมิภาคพะโค ที่อยู่ทางภาคกลางตอนล่างของเมียนมา ไร้ที่อยู่อาศัย เนื่องจากวิกฤติอุทกภัย ซึ่งเป็นผลจากในที่ตกลงมาอย่างหนัก เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเมียนมา วัดปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคพะโค สะสมอยู่ที่ระดับ 200 มิลลิเมตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับปริมาณน้ำฝนสะสมวันเดียว ในเดือน ต.ค.


อนึ่ง พื้นที่หลายแห่งของเมียนมา เผชิญกับอุทกภัยตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่รัฐยะไข่ รัฐกะฉิ่น รัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ และรัฐชิน


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เมียนมาเผชิญกับอิทธิพลของไซโคลน “โมคา” ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิต “อย่างเป็นทางการ” ไว้ที่อย่างน้อย 148 ราย แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่านั้นมากในความเป็นจริง ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมา ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ไม่ชัดเจนว่า ประสบความสำเร็จมากเพียงใด


ขณะที่เมื่อปี 2551 เมียนมาเผชิญกับอิทธิพลรุนแรงของไซโคลน “นาร์กิส” ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130,000 ราย และความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง กดดันรัฐบาลทหารเมียนมา ให้ต้องประกาศขอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากประชาคมโลกในที่สุด.

เครดิตภาพ : AFP