ทามาร์ เคเดม-ซิมาน ทอฟ แม่บ้านชาวอิสราเอลวัย 35 ปี และ โยนาทาน สามีของเธอ พร้อมกับ สนาชาร์ และ อาร์เบล ลูกสาวฝาแฝดวัย 6 ขวบ กับ โอมาร์ ลูกชายวัย 4 ขวบ รีบเร่งเข้าไปในห้องหลบภัยภายในบ้านของพวกเขาที่หมู่บ้านนีร์ออซ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนฉนวนกาซา ระหว่างที่กองกำลังกลุ่มฮามาสเริ่มบุกโจมตีเข้ามาในเขตแดนของอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ทามาร์ ส่งข้อความหาเพื่อน ๆ ในกรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ผ่านแอปพลิเคชันวอตส์แอป เพื่อส่งข่าวว่า ครอบครัวของเธอปลอดภัยดี แม้จะมีการยิงจรวดมิสไซล์เข้ามาในพื้นที่ โดยระบุว่า พวกเขาเข้าไปอยู่ในห้องหลบภัย (ห้องหลบการทิ้งระเบิดที่ต้องมีทุกบ้านตามกฎหมายอิสราเอล) ในบ้าน และทุกอย่างเรียบร้อยดี
ต่อมา ยีชาย และ มอร์ ลาคอบ เพื่อนของเธอพบว่า ทามาร์ เงียบหายไป และหลังจากนั้น พวกเขาก็ได้ข่าวว่า กองกำลังกลุ่มฮามาสได้บุกเข้าไปถึงห้องหลบภัยของบ้านเคเดม-ซิมาน ทอฟ สร้างความหวาดวิตกแก่เพื่อน ๆ และญาติของพวกเขาอย่างมาก
ในช่วงค่ำวันอาทิตย์ ทางการอิสราเอลก็ยืนยันว่า ฝันร้ายของพวกเขาได้กลายเป็นจริง โดย อิลาด สโตรห์มาเยอร์ เจ้าหน้าที่ทางการทูตอิสราเอล ระบุถึงทามาร์และครอบครัวของเธอว่า “ทั้งครอบครัวได้หายไปจากโลกนี้แล้ว”
สโตรห์มาเยอร์ กล่าวว่า ทามาร์ โยนาทาน และลูกทั้ง 3 คนของเขา โดนสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดยกลุ่มฮามาส ในเขตนิคมนีร์ออซ และเรียกร้องว่า “ได้โปรดจดจำชื่อของพวกเขาไว้ด้วย”

ในคืนก่อนหน้าที่จะพบโศกนาฏกรรม ครอบครัวเคเดม-ซิมาน ทอฟ เพิ่งโพสต์ภาพครอบครัวบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นครอบครัวที่มีความสุข ภาพดังกล่าวได้มีผู้แชร์ออกไปมากมายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวมทั้งคนดังหลายคน เช่น เอมี ชูเมอร์ นักแสดงหญิงแนวคอมเมดี้ชาวอเมริกัน และ นาฟตาลี เบนเนตต์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ซึ่งเขียนข้อความกำกับไว้ว่า “ทุกคนโดนฆาตกรรมโดยผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ที่นิคมนีร์ออซ เพียงเพราะพวกเขาเป็นคนยิว ทั้งครอบครัวโดนสังหารอย่างเลือดเย็น”
ทามาร์ เคเดม-ซิมาน ทอฟ เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล เธอเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองในกองทัพอิสราเอล และอาศัยอยู่ในนิคมนีร์ออซมาเป็นเวลานานถึง 15 ปีแล้ว
ที่มาและเครดิตภาพ : telegraph.co.uk



