เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สมาพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้ยื่นหนังสือถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีนายภาควัต ศรีสุรพล เลขานุการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้รับเรื่อง
โดยนางภัทริยวรรณ กล่าวว่า สมาพันธ์ฯได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูมายังศธ.ให้ช่วยพิจารณา ซึ่งเท่าที่ดูข้อเสนอมีทั้งแนวทางแก้หนี้ครูที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ก็ยังมีบางข้อเสนอที่จะต้องไปดำเนินการปรับแก้กฎหมาย เพราะปัญหาดังกล่าวมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติหลายประการ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงให้มีความชัดเจน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครูที่ผ่านมาศธ.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันการเงิน เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบันการเงินอื่นที่เป็นเจ้าหนี้ เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือครูที่ประสบปัญหาหนี้สิน แต่มีประเด็นสำคัญที่น่ากังวล คือ กรณีครูถูกฟ้องล้มละลาย ซึ่งตามระเบียบปัจจุบันอาจส่งผลให้ต้องออกจากราชการ สมาพันธ์ฯ จึงเตรียมเสนอให้มีการพิจารณาผ่อนปรน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ ควรเปิดโอกาสให้สามารถปฏิบัติราชการต่อได้
รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยเสนอเพดานไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี ปัจจุบันพบว่า บางแห่งคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าร้อยละ 4.5 แต่บางแห่งยังสูงถึงร้อยละ 7.2 ซึ่งสร้างภาระให้กับครูผู้กู้ ทั้งนี้จะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดเสนอต่อรมว.ศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหาแนวทางชะลอการดำเนินคดีล้มละลายในกลุ่มข้าราชการครูที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้สูญเสียอาชีพในระหว่างการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าจะเร่งดูแลและหาทางช่วยเหลือครูที่ประสบปัญหาหนี้สินอย่างต่อเนื่อง.



