สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เผยผลตอบรับและข้อมูลการใช้สิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” หลังเปิดฉากอย่างเป็นทางการในช่วง 3 วันแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น.) บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยต่างตื่นตัวเข้าร่วมโครงการอย่างท่วมท้น ดันยอดการใช้จ่ายรวมสะพัดทะลุ 7,300 ล้านบาทแล้ว
ยอดสะพัด 3 วันแรก ทะลุ 7,316 ล้านบาท
กระทรวงการคลังเปิดเผยตัวเลขเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจากโครงการฯ ในช่วง 3 วันแรก โดยมี ยอดใช้จ่ายรวมสูงถึง 7,316.25 ล้านบาท ซึ่งแบ่งสัดส่วนการร่วมจ่ายตามเกณฑ์โครงการ (60/40) ดังนี้
- เงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย (60%) : คิดเป็นมูลค่า 4,253.00 ล้านบาท
- เงินที่ประชาชนร่วมจ่าย (40%) : คิดเป็นมูลค่า 3,063.25 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยอดการใช้จ่ายทั้งหมดในปัจจุบันเกิดขึ้นผ่านทาง “ร้านค้าปกติ” เนื่องจากในส่วนของ “ร้านค้าผ่านระบบ Food Delivery Platform” มีกำหนดการจะเริ่มเปิดให้ใช้สิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดจับจ่ายให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีก
ประชาชนแห่ใช้สิทธิเกือบ 18 ล้านคน
ในส่วนของความสนใจจากภาคประชาชน ปัจจุบันมี ผู้ได้รับสิทธิในโครงการรวมทั้งสิ้น 26,040,623 ราย และเพียงแค่ 3 วันแรก มีจำนวนผู้ใช้จ่ายสำเร็จแล้วถึง 17,827,066 คน สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และช่วยลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม
ร้านค้าพร้อมใจเปิดรับระบบ ยอดทะลุ 9.5 แสนร้าน
ด้านความพร้อมและการตื่นตัวของผู้ประกอบการ พบว่ามี ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ (กดรับเงื่อนไข T&C และพร้อมให้บริการแล้ว) รวมสูงถึง 954,293 ร้านค้า โดยแบ่งเป็นกลุ่มร้านค้าเดิม 853,515 ร้าน และร้านค้าใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มอีก 100,778 ร้าน
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างกระบวนการเปิดระบบอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไข T&C อีก 125,859 ร้าน และอยู่ระหว่างการรอตรวจสอบเอกสารอีก 3,582 ร้าน ซึ่งในจำนวนร้านค้าทั้งหมดนี้ มี ร้านค้าที่มีการใช้จ่ายสำเร็จแล้วสูงถึง 840,893 ร้านค้า กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ค้ารายย่อยอย่างทั่วถึง



