สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองนูซาดัว ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า กลุ่มประเทศขนาดเล็กที่เสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ส่งสัญญาณเตือนถึงภัยร้ายที่คุกคามการดำรงอยู่ของพวกเขา และต้องการมีส่วนร่วมมากขึ้นในการทูตด้านสภาพอากาศ และประเด็นต่าง ๆ ที่อาจตัดสินชะตากรรมของพวกเขา

ประเทศเกาะ 32 ประเทศทั่วโลก เช่น เซนต์ลูเซีย, วานูอาตู, ญี่ปุ่น, และสหราชอาณาจักร ลงนามในปฏิญญาร่วม และเข้าร่วมการประชุมประเทศหมู่เกาะและประเทศเกาะ เป็นเวลา 2 วัน ซึ่งรวมประเทศต่าง ๆ ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงของความท้าทายด้านสภาพอากาศเหมือนกัน

“ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะสนับสนุนหลักการของความสามัคคี ความเท่าเทียม และความครอบคลุม เป็นพื้นฐานร่วมกันสำหรับความร่วมมือ อีกทั้งประเทศกำลังพัฒนา และประเทศหมู่เกาะ ก็มีสิทธิในการพัฒนา และดำเนินการพัฒนาเช่นกัน” ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวในการแถลงข่าว

ทั้งนี้ เอกสารปฏิญญาดังกล่าว เรียกร้องสมาชิกทุกคนให้ความสำคัญกับการบรรเทา การปรับตัว และการจัดการภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ตลอดจนการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิญญายังเรียกร้องให้มี “ธรรมาภิบาลทางทะเลที่ดี” และ “การสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ของเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกกิจกรรมในมหาสมุทร ทะเล และแนวชายฝั่งของโลก

อนึ่ง คณะกรรมการระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (ไอพีซีซี) ระบุว่า ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 15-25 ซม. ระหว่างปี 2443-2561 และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 43 ซม. ภายในปี 2643.

เครดิตภาพ : AFP